Home ข้อคิด ก็แค่แตงโมครึ่งซีก จะอะไรกันนักกันหนา (สามีภรรยาควร อ่ า นเตือนใจ)

ก็แค่แตงโมครึ่งซีก จะอะไรกันนักกันหนา (สามีภรรยาควร อ่ า นเตือนใจ)

0 second read
0
0
477

บ่าย วันหนึ่งผมเลิกงานกลับบ้านร้อนจน เหงื่อ โ ช ก เปิดตู้เย็นพบแตงโมแช่เย็นอยู่ครึ่ง ซี ก ดีใจจนคว้าออกมา

แ ท ะ กินจนเรียบครู่ต่อมา ภรรย าผมก็กลับมาถึงด้วยเ ข้าประตูก็บ่น “กระหายน้ำ ร้อนมาก!”เธอเปิดตู้เย็น

และชะ งั ก ผมบอกเธอว่าแตงโมซี ก นั้นผมกินไปแล้วสีหน้าเธอมีแวว ไม่พอใจรีบเอาถ้วยไปรินน้ำหยิบกระติก

ขึ้นมาก็พบว่าในกระติกแห้งสนิท! เธอพูดขึ้นมาทันที “เธอกลับบ้านมาก่อนทำไมไม่ต้มน้ำไว้บ้าง มัวทำอะไรอยู่?

” ผมโกรธบ้าง “แล้วทำไมอะไรๆ ก็ต้องให้ฉันทำ?” เราสองคนทำสงครามเย็นกันอยู่เป็นอาทิตย์กว่าจะยอมคืนดี

กันวันเสาร์ ผมกลับบ้านพ่อแม่ไปคนเดียวพอเห็นหน้าทั้งคู่ก็ถามว่า “ทำไมไม่เห็นเมตตามาเลยอาทิตย์นี้?

”ผมเล่าเรื่องที่โกรธกันให้ฟังแม่ฟังแล้วตำ ห นิ ผม “ทำอะไรไม่ควรห่วงแต่ตัวเอง ควรใส่ใจคนอื่นบ้าง”

ผมไม่เห็นด้วย“แค่กินแตงโมไปครึ่งซี ก จะอะไรนักหนา? ”พ่อหัวเราะ “แกไม่ต้องแก้ตัว พรุ่งนี้วันอาทิตย์

พากันมากินข้าวที่นี่นะ” รุ่งขึ้นผมพาครอบครัว มาหาพ่อแม่พอเข้าบ้าน พ่อก็ใช้ผมไปซื้อน้ำส้มสายชู พอผม

กลับมาพ่อบอกให้เมตตาพาลูกออกไปข้างนอกก่อนบอกแล้วพ่อก็เอาแตงโมครึ่งซี กมาให้ผม“แกร้อนซะ

เหงื่อ โ ช ก กินแตงโม ดั บ กระหายหน่อยเถอะ”แตงซี กนั้นใหญ่ทีเดียวน่าจะหนักราวกิโลสองกิโลได้พ่อส่ง

ช้อนให้คันหนึ่ง“กินไม่หมดก็เหลือไว้ให้เมียแกกินบ้าง”ผมหยิบช้อน แล้วก็ตักกินใหญ่กินไม่ถึงครึ่งก็พุงกางหลัง

กินอาหารเที่ยงพ่อเอาแตงโม สองซีกออกมาวางบนโต๊ะบอกผมว่า “แกดูทีซิว่ามันต่างกันตรงไหน?

”ผมงง ดูอย่ า งละเอียดซี กหนึ่งเป็นซี กที่ผมกินไป อีกซี กก็ถูกกินไปด้วยดูอยู่ครู่ใหญ่ก็ไม่เห็นว่ามันต่างกัน

อย่ า งไร จึงส่ายหัวพ่อชี้ให้ดูแตงแล้วอธิบายว่า…“ซี กนี้แกกิน อีกซี กนี่เมตตา กินพ่อบอกแกทั้งสองว่าถ้ากิน

ไม่หมดให้เหลือไว้ดูสิว่าเมียแกใช้ช้อนกินยังไงเธอเริ่มตักจากตรงกลาง กินไปถึงขอบครึ่งหนึ่งอีกครึ่งไม่ถูกแตะ

ต้องแล้วดูของแกนี่ แกควักกินเนื้อตรงกลางจนหมดเหลือขอบไว้ให้คนอื่นใครบ้างที่ไม่รู้ว่าเนื้อแตงโมหวาน

ตรงกลาง?จากเรื่องเล็กๆ เรื่องนี้ ก็เห็นได้ว่าเมตตามีใจใหญ่กว่าแกมาก”ผมหน้าแดงทันที พ่อพูดอย่ า งมี

ความหมายว่า…“คนสองคนอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต จะมีเรื่องสำคัญอะไรนัก?ความรักความใส่ใจระหว่างผัวเมีย

อยู่ที่ไหน?มันก็อยู่ในน้ำมันหยดเดียวข้าวช้อนเดียวน้ำแกงทัพพีเดียว คราวก่อนแกโ ก ร ธ กัน

เรื่องกินแตงโมแล้วยังมีข้ออ้างมากมายทั้งที่เป็นฝ่ายผิดถ้าเมตตาเป็นฝ่ายกลับถึงบ้านก่อน รับรองว่า เธอจะต้อง

เก็บไว้ให้แกครึ่งหนึ่ง” “อย่ า คิดว่านี่เป็นเรื่องเล็กที่ไม่สำคัญแต่มันสะท้อนให้เห็นหัวใจคนแตงโมชิ้นเดียวนั่น

แหละให้ความรู้ในการใช้ชีวิตประจำวันหัวใจคนต่อให้เย็นชาแค่ไหน แกค่อยๆ ให้ความอบอุ่น มันจะร้อนขึ้นสักวัน

หรือหัวใจที่ต่อให้ร้อนเท่าไรแกสาดน้ำเย็นใส่ทีละช้อน..ทีละช้อนสักวันก็จะทำให้เย็นลงโดยสมบูรณ์คิดดูนะ

ถ้าเมตตาเป็นเหมือนแกทำอะไรไม่เคยใส่ใจ นานวันเข้า แกจะรู้สึกยังไง?”คำพูดคำเดียวนั้นปลุกคนตื่นโดยแท้

ผมพบในทันใดว่ารองเท้าแตะ ที่วางไว้ให้ทุกวันเมื่อกลับถึงบ้าน.น้ำชาที่ชงไว้ให้..ร่มที่วางหน้าประตูย า มฝน

ตกล้วนแล้วแต่เป็นความรักความใส่ใจ ของเมตตาแต่ผมกลับไม่เคยเห็น ไม่รู้จักเอาใจเขาใส่ใจเราคิดแล้วก็

ละอายรีบยกชาม เกี๊ยวมาให้เมตตา “เธอกินก่อนเถอะ” เธอหัวเราะ “ไม่ต้องมาทำไก๋ต่อหน้าพ่อกับแม่”

พ่อก็หัวเราะ “ถ้าทำไก๋อย่ างนี้ได้ทั้งชีวิตก็ถือว่าเป็นสามี ที่ดีนะลูก”ในใจมีรัก ความรักนั้นต้องให้กันและ

กันเราพึงใส่ใจอีกครึ่งของเราอย่ าคิดว่าทุกปัญหาเป็นการหาเรื่องโดย ไ ร้ เหตุผลลองคิดถึงความผิดของตน

ดูใช้ชีวิตธรรมดาของตนให้ดี ใส่ใจคนในครอบครัวอย่ ามัวแต่สนใจเรื่องของคนอื่นความสุขไม่ได้อยู่ที่

บ้านใหญ่เพียงใดแต่อยู่ที่เสียงหัวเราะ ในบ้านหวานแค่ไหนความสุขไม่ใช่ได้ขับรถหรู เพียงใดแต่อยู่ที่ขับ

รถกลับถึงบ้านได้ปลอดภัย ความสุขไม่ใช่มีคนรักสวยแต่อยู่ที่รอยยิ้มของคนรัก สดใสเพียงใดความสุข

ไม่ได้อยู่ที่ได้ฟังคำหวานมาก หรือน้อยแต่อยู่ที่ย ามโศกเศร้าเสียใจมีคนบอกฉันว่าไม่เป็นไร ยังมีฉัน

อยู่อย่ า มัวแต่สนใจเรื่องของคนอื่นในโลก โ ซ เ ชี ย ล จนห่างเหินกับคนในครอบครัวนะครับ

ขอบคุณที่มา รักยิ้ม

Load More Related Articles
Load More By wansuk
Load More In ข้อคิด

Check Also

หากบั้นปลายชีวิต แก่ตัวไปไม่มีลูกจะทำอย่างไร

ถ้าไม่มีลูกจะวางแผน ชีวิตตอนแก่ยังไงดี? คำถามนี้คิดว่าหลายๆ คนอาจต้องการคำตอบยิ่งยุคสมัยนี…