Home ข้อคิด จงอย่าทำงาน จนลืมหันมาใส่ใจครอบครัว (ข้อคิดคนบ้างาน)

จงอย่าทำงาน จนลืมหันมาใส่ใจครอบครัว (ข้อคิดคนบ้างาน)

0 second read
0
0
36

ขยันมากไป มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ดีเลยและเรื่องต่อไปนี้ คือ “ค่าโ ง่ ” จากคนบ้ างานที่อย ากสอนคนบ้ างาน ให้เข้าใจ

เมื่อทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่าย ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ แล้วบางครั้งความสำเร็จก็ต้องแลกด้วย การสู ญเสี ย บางอย่าง

มื่อ 39 ปีที่แล้ว

ผมเอง ได้เริ่มต้นทำงาน กับบริษัทการเงิน ที่มีขนาดใหญ่ อันดับ 3 ของโลก

เมื่อ 35 ปีที่แล้ว

ผมได้แต่งงานกับผู้หญิง ที่ผมรัก เราสัญญาว่า จะสร้างอนาคตร่วมกันเธอคนนั้นจะเป็นคนข้างหลัง

เพื่อให้ผมประสบความสำเร็จทางการงาน และในขณะที่การงาน ของผมก้าวหน้าไปมาก

เมื่อ 29 ปีที่แล้ว

ภรรย าของผม ได้คล อ ด ลูกชายคนแรกให้ผม ขณะที่ผมติดประชุมที่ญี่ปุ่น และผมขอโทษเธอ

ผมสัญญากับเธอว่า จะขอเวลาทำงานอีกสักระยะ เพื่อครอบครัวให้ได้สบายกว่านี้ แล้วผมกลับเมืองไท ยรับขวัญลูก

และขอโทษ ภรรย า ด้วยตำแหน่งงาน ที่ก้าวหน้า ฝันของเราใกล้เป็นจริงแล้ว

เมื่อ 24 ปีที่แล้ว

เธอ ค ล อ ด ลูกสาว ที่เราเฝ้ารอคอยและผมเองได้เห็นหน้าลูกสาวเพียงวันเดียว เพราะต้องเดินทางไปประชุมใหญ่

ที่ออสเตรเลีย ผมบอกกับเธอว่าจะทำงานอีกไม่นาน แล้วเวลาทั้งหมดที่มีจะเป็นของครอบครัวตลอดไป เพื่อทดแทนเวลาที่ผ่านมา

เมื่อ 13 ปีที่แล้ว

งานของผม ได้ก้าวหน้า จนก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 2 ในภาคพื้นเอเชียแปซิคฟิคซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีมาก

แต่ภรรย าผมเธอขอ “หย่า” เพื่อเริ่มชีวิตใหม่ที่ เธอบอกว่าผมไม่เคยให้เธอ แล้วสุดท้ายเธอบอกว่า ชีวิตคู่

ไม่ได้ต้องการแค่ทรัพย์สิ นเงินทอง จนเกินเก็บแต่ต้องการความอบอุ่นมั่นใจ จากอ้อมกอดคนเป็นสามี

เติมเต็มในคืนอ้างว้างมากกว่า แล้วเธอก็แยกจากไป ส่วนลูกปู่และย่า ท่านจะดูแลอย่างดี

เมื่อ 10 ปีที่แล้ว

ลูกชายคนโตซ้อนท้าย มอเตอร์ไซด์ เพื่อน ประ ส บ อุ บั ติ เ ห ตุ และเขาได้จากไปผมบินกลับจากญี่ปุ่นทั้งๆ ที่

มีงานสัมนาสำคัญ และแม่บอกว่า ลูกชายเกเร เลี้ยงย ากผมกอดลูกสาว บอกกับเธอว่าพ่อไม่ดีเองต่อไป พ่อจะให้ทุกอย่าง ขอเวลาอีกนิดนะ

เมื่อ 7 ปีที่แล้ว

ก่อนแม่สิ้นใจ แม่บอกกับผมว่า อย่าเอาแต่ทำงาน จนลืมว่าลูกต้องการอ้อมกอด

จากพ่อ อย่าปล่อยให้เธอ รอคอยอย่างตั้งตารอ

เมื่อ 5 ปีที่แล้ว

พ่อจากไป ตามแม่ญาติๆ ก็พากันพูดคุยโดย ที่ผมแอบได้ยินว่าพ่อตรอมใจที่แม่จากไป กับเรื่องหลานสาว

ตามผู้ชายข้างบ้านไปอยู่ทางใต้ แกมัวโท ษแต่ตัวเองว่าเลี้ยงหลานได้ไม่ดี ขณะที่ผมก้าวสู่ จุดสูงสุดทางการงานแล้ว

ผมมีทุกอย่างที่ต้องการและสิ่งที่ผมได้มา ไม่มีอะไรได้มาฟ รี เพราะการสู ญเสี ย บางอย่าง

แลกกับความสำเร็จมันคุ้มค่าจริงหรอ? ต่อไปผมจะกลับไปชดเชยเวลาที่ผมโก งไปจากครอบครัว

และล่าสุด 3 ปีที่แล้ว

หมอบอกว่า ผมเป็นโร คซึ มเศร้ า ต้องกินย า น่าแปลกอยูนะ ที่ผมมีครบทุกอย่างแต่กลับอ้างว้าง

คนที่รักจริงๆ ก็ไม่มี มีแต่คนจ้องจะกอบโกย ไม่มีใครเหมือนพ่อแม่ ภรรย าและลูกๆ ของผมเลยตอนนี้ผมเข้าใจ

สิ่งที่ภรรย าผมบอกแล้วถึงตอนนี้แล้ว มันสายไป ไม่มีใครทนรอคอยย าวนานผมยอมแลกทุกอย่าง

กับการเป็นคนหาเช้ากินค่ำ พออยู่พอกิน แค่ให้ได้ อยู่ร่วมกับทุกคนสักช่วงชีวิตหนึ่งก็ยังดี

ใครที่เป็นแบบผม คิดให้ดีนะ ว่ามันคุ้มหรือเปล่า

ขอขอบคุณ มดงาน บ้านรอยยิ้ม

Load More Related Articles
Load More By wansuk
Load More In ข้อคิด

Check Also

จากชีวิตมีหนี้กองท่วมหัว สู้ชีวิต..จนมีเงินเก็บหลักแสน

ประสบการณ์ตรงจากชายคนหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า…ผมทำงานเป็นพนักงานขาย ในห้างดัง ตอนนั้นมีหนี้สินต…