Home ข้อคิด จะลาออกจากงาน ให้ลองถามตัวเอง 10 ข้อ ก่อนตัดสินใจ

จะลาออกจากงาน ให้ลองถามตัวเอง 10 ข้อ ก่อนตัดสินใจ

10 second read
0
0
60

1. ได้งานใหม่แล้วหรือยัง?

ถ้าได้งานใหม่ในฝันหรืองาน ที่ต้องการแล้วก็ต้องขอกล่าวว่า “ยินดีด้วยครับ” จะออกไม่ออกก็เรื่องของคุณแล้วล่ะ แต่ถ้ายังไม่ได้งานใหม่

การลาออกด้วยอารมณ์อาจจะ เ สี่ ย ง เกินไปตามที่บอกในข้อ 1 และข้อ 3 เพราะคุณจะขาดสภาพคล่อง ในกรณีที่มีหนี้ต้องชำระอยู่การลาออกโดยที่ยังไม่ได้งานใหม่

ถือว่าเป็นเรื่องที่ เ สี่ ย ง และไม่คุ้มมากๆ เลยล่ะครับ ดังนั้นจงสร้างความมั่นใจให้ได้ว่ามีงานใหม่ เข้ามาและพร้อมเริ่มงานกับที่ใหม่ก่อนลาออกนะครับ

2. ทำธุรกิจเสริมอยู่หรือไม่?

ธุรกิจเสริมในที่นี้คืองานเสริมระหว่างที่คุณทำงาน หลักไปด้วย เช่น ขาย ป ร ะ กั น ธุรกิจเครือข่าย ธุรกิจส่วนตัวฟรีแลนซ์ ธุรกิจออนไลน์ลงทุน หุ้น ที่ดิน อสังหาฯ เก็บค่าเช่า ฯลฯ

ถ้าคุณมีรายได้เสริมจากงานเหล่านี้และได้รับค่าตอบแทนที่ดีการลาออกเพื่อออกมาสร้างตัว ด้วยตนเองก็เป็นสิ่งที่น่า เ สี่ ย ง (และคุ้มที่จะ เ สี่ ย ง ด้วย) นักธุรกิจหลายคนออกมาเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง

และประสบความสำเร็จเพราะมีปัญหากับที่ทำงานเก่า จึงออกมาทำธุรกิจด้วยตัวเองก็หลายราย (ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ฮา) แต่ถ้าคุณไม่มีงานเสริมเลย การลาออกหรือได้งานใหม่ที่ไม่ได้ดีไปกว่าเดิมเท่าไหร่ก็ถือว่าเป็นความ เ สี่ ย ง ที่อาจจะไม่คุ้มครับ

3. มีปัญหากับเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานใช่รึปล่าว?

เรื่องนี้เป็นเหตุผลสำคัญว่าคุณจะอยู่หรือคุณจะไป ถ้าคุณมีปัญหาอยู่จริง จงวิเคราะห์ให้ดีว่าเป็นเพราะคุณเองที่ทำงาน ห่ ว ย เองหรือกลายเป็นตัวปัญหาซะเองหรือปล่าวสมมติว่าเป็นที่ตัวคุณ

จงปรับปรุงแก้ไขแล้วอย่าพึ่งลาออกซะนะครับดีไม่ดีคุณจะถูกไล่ออกเอง แต่ถ้าไม่การเลิกทำงานกับเจ้านายที่ทำให้ชีวิตคุณมีปัญหา การงานไม่ราบรื่น โดน ข่ ม เ ห ง รั ง แ ก ทำงานไม่เป็นทำให้คุณเสื่อมศรัทธา

ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลอะไรก็ตามจนก่อให้ขาด “ความไว้วางใจ” ซึ่งกันและกันเรื่องของเจ้านาย ไม่เท่าไหร่เพราะเขามีอำนาจเหนือคุณแต่คุณเองนั่นแหละ ที่ต้องถามจริงๆ ว่าทนอยู่

หรือว่าอยู่ทนการมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานก็เช่นกัน มันจะตรงกับคำที่ว่า “คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก” นั่นเองครับ

4. มีเงินเก็บมากพอระหว่างที่ไม่มีงานทำ?

เพราะเงินเก็บส่วนนี้หมายถึงการคำนวน สภาพคล่องในแต่ละเดือนเมื่อไม่มีรายได้หรือไม่มีงานทำเช่น ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่ากินอยู่ ค่าเทอมลูก ค่าเลี้ยงดูครอบครัว ฯลฯ

ถ้าคิดว่าไม่สามารถอยู่ได้โดยไม่มีงานทำเกิน 3 เดือนผมคิดว่ายัง เ สี่ ย ง เกินไปที่จะลาออกครับ เพราะการหางานใหม่บางทีก็ไม่ใช่เรื่องง่ายกรณีที่คุณไม่เจ๋งจริงยิ่งอายุคุณสูงขึ้น

และตำแหน่งใหญ่โตขึ้น บางทีกระบวนการคัดเลือกพนักงาน และสัมภาษณ์งานอาจจะยาว เกินกว่านั้นแต่ถ้าคุณมั่นใจว่ามีเงินเก็บ

เลี้ยงตัวเองมากพอถึง 3 เดือน คุณสามารถลาออกเพื่อหางานใหม่โดยที่ เ สี่ ย ง น้อยได้ครับ

5. คุณได้รับค่าจ้างที่น่าพอใจหรือไม่?

บางทีคุณอาจจะเป็นคนที่ทำงานดี มีผลงานที่น่าประทับใจแต่อยู่กับบริษัท ที่ให้ผลประโยชน์คุณแบบธรรมดา ไม่มีอะไรหวือหวาคงไม่ผิดอะไรที่คุณเริ่มเห็นเพื่อนรอบตัวมีงานทำที่ดีกว่าคุณ มั่งคั่งมากกว่าคุณ ชีวิตแลดูสุขสบายและมีความสุขมากกว่าคุณที่สำคัญ

คือรายได้โดยเฉพาะเงินเดือนสูงกว่า คุณเยอะ ทั้งๆ ที่คุณก็ทำงานได้ดี สวนทางกับคุณที่รายได้ไม่ค่อยเพิ่มขึ้นแต่รายจ่าย และภาระกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่น บ้าน รถ ลูก เมีย ฯลฯ

จนคุณเริ่มรู้สึกว่าเงินไม่พอใช้ ไม่สามารถมีเงินมากกว่านี้ ได้การลาออกเพื่อเปลี่ยนงานใหม่ที่ได้ค่าตอบแทนที่ดีกว่าก็เป็นสิ่งที่คุณจะลอง เ สี่ ย ง ดูก็ได้หรือลองคุยกับเจ้านายก่อนว่าคุณอยากได้รายได้มากกว่านี้

อาจจะฟลุ้กได้เงินเดือนขึ้นก็ได้แต่ส่วนใหญ่ จะยากนะ เพราะนายจ้างหาคนมาแทนคุณได้ถ้าคุณไม่ใช่คนที่ขาดไม่ได้ (ฮา)

6. บ้านคุณรวยอยู่แล้วใช่หรือไม่?

คำถามง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณเห็นความชัดเจน ในการลาออก ถ้าคุณบ้านรวย มีทุนทรัพย์อยู่แล้วคงไม่ต้องคิดอะไรให้มากในการลาออกเพื่อออกมาพัก ผ่อนหรือพักใจ

แต่ถ้าบ้านไม่รวย การลาออกอย่างกะทันหันโดยไม่มีงาน รองรับไม่คิดหน้าคิดหลัง อาจจะส่งผลเสียอย่างมากถ้าคุณไม่มีเงินเข้ามาในขณะที่ยังไม่ได้งานใหม่การขาดเงิน

และอยู่ในสถานะตกงานจะทำให้คุณตกที่นั่งลำบาก จงคิดเยอะๆ ว่ากรณี เ ล ว ร้ า ย ที่สุดคุณจะใช้ชีวิตโดยที่ไม่มีงานทำได้นานแค่ไหน เลี้ยงตัวเองได้อีกกี่เดือน

ยังมีเงิน ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ใช่หรือไม่ถามตัวเองให้เคลียร์ก่อนเสมอ ถ้ายังไม่พร้อมก็ยังไม่ต้องลาออกนะครับ

7. อายุยังไม่ถึง 40 ใช่หรือไม่?

สำหรับคน Gen-Y ที่อายุ ยังไม่เกิน 32 ปีและ Gen-Z ที่พึ่งเรียนจบใหม่ การลาออกเพื่อย้ ายงานและหาความต้องการใหม่ๆ ถือว่าเป็นเรื่องปกติมากครับถ้าคุณรู้ตัวดีแล้วว่าไม่ชอบงานที่ทำและไม่รู้ว่าจะดันทุรังไปทำไม ผมสนับสนุนให้ “ลาออก” เพื่อลองค้นหาตัวเองดู

เพราะคุณยัง เ สี่ ย ง ได้อีกเยอะแต่สำหรับ Gen-Y ที่อายุประมาณ 32 ปีขึ้นไป การเปลี่ยนงานหรือลาออกเพื่อค้นหาตัวเอง อาจจะ เ สี่ ย ง เกินไปเพราะอายุประมาณนี้ ถ้าคุณ อยาก เป็นลูกจ้างมืออาชีพ คุณจะต้องมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญระดับหนึ่ง

เพื่อขึ้นไปให้ถึงพนักงานระดับสูง จงพิจารณาเรื่องนี้ให้ดีส่วนคนที่อายุเกิน 40 ปีไปแล้วและยังไม่มั่นใจว่าการลาออกจะได้งาน หรือมีชีวิตที่ดีขึ้นคุณจะต้องลงสนามสู่ตลาดงานที่มีที่ว่างให้คุณน้อยลง เพราะคุณต้องแข่งกับเด็กรุ่นใหม่ในตลาดด้วย จงคิดถึงเรื่องนี้ดีๆ

8. บริษัทมีความมั่นคงหรือไม่?

ไม่ว่าจะเป็นบริษัทบ้านๆ หรือบริษัทระดับโลก คุณต้องวิเคราะห์ให้ออกว่า ธุรกิจของบริษัทที่คุณทำยังมี สุ ข ภ า พ ดีอยู่หรือเปล่าตรวจสอบให้ละเอียดโดยเฉพาะข่าวลือที่พูดกันในออฟฟิศหรือตัวเลขทางเศรษฐกิจจากข่าว เว็ป ตลาดหุ้น ว่ายังไปต่อได้มากแค่ไหนแม้แต่ระดับโลกเองก็พลาดได้

เช่น บริษัทที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี พอหัวพลาดเป้าก็เริ่มปลดพนักงาน ออกอย่าง โ ห ด ร้ า ย คุณอาจโดน เ ชื อ ดโดยไม่รู้ตัวก็ได้ครับส่วนบริษัทบ้านๆ ที่ไม่ชัดเจนเรื่องความมั่งคั่งยิ่งไม่ต้องพูดถึง

ถ้าเจ๊งก็ถูกเลิกจ้างแน่นอน เพราะส่วนใหญ่ถ้าธุรกิจของบริษัท เป็นผู้นำตลาดพนักงานมักจะไม่ค่อยลาออก (เพราะรายได้และโบนัสที่ดี) ลองพิจารณาเรื่องนี้ดูดีๆ นะครับ

9. งานที่ทำอยู่ไม่มีทางที่จะทำให้คุณก้าวหน้าแล้วใช่หรือไม่?

ข้อนี้อาจจะฟังดูแรงๆ นะครับ แต่หลายๆ เคสก็พิสูจน์แล้ว ว่างานบางตำแหน่ง ทำให้ ต า ย คุณก็ไม่มีทางโต คุณค่ามีจำกัดถ้าคุณพอใจแค่นั้นก็แล้วไป แต่ถ้าคุณไม่พอใจและต้องการแสวงหาความก้าวหน้า

การลาออกเพื่อหางานใหม่ที่ท้าทายและมีบันไดการเติบโตที่เป็นไปได้ตามใจฝัน เช่น งานขาย ก็เป็นสิ่งที่คุณควรลองที่จะออกไป เ สี่ ย ง ดูแต่ถ้ายังหาตัวเองไม่เจอเลย ไม่รู้ว่าชอบอะไร ถนัดอะไร ทำงานอะไร

ทั้งๆ ที่โตแล้ว ผมขอแนะนำว่าอย่าลาออกเลยครับ เอาตัวเองไป เ สี่ ย ง ซะปล่าวๆ

10. คุณยังมีความสุขกับงานที่ทำอยู่ใช่หรือไม่?

ข้อสุดท้ายนั้นถือว่า “ตัดสิน” กันเลยว่าคุณควร ที่จะอยู่ต่อหรือลาออก ถ้าคุณยังมีความสุขดี ไม่มีปัญหาอะไรผมไม่แนะนำให้ลาออกเพราะการทำงานด้วยความสุขนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุด

เพราะมันมีความหมายรวมทุกอย่าง เช่น สุ ข ภ า พ การเงิน เวลา ความรับผิดชอบเพื่อนร่วมงาน ฯลฯ แต่ถ้าคุณไม่มีความสุขแล้วล่ะก็ ให้ลองกลับไปอ่าน ข้อ 1 ถึงข้อ 9 ว่าคุณตอบว่า “ไม่” กี่ข้อ

ถ้ามากกว่า 5 ข้อก็เป็นสัญญาน ที่คุณควรจะลาออกได้แล้วครับ

ถ้าใครมีมากกว่า 5 ข้อก็ไม่ผิดที่จะเริ่มพิจารณา ว่าจะลาออกหรือไม่ลาออกนะครับ

ขอขอบคุณ s a l e s 1 0 0 m i l l i o n

Load More Related Articles
Load More By wansuk
Load More In ข้อคิด

Check Also

เจ้านาย 8 แบบนี้ ที่ไม่ควรเป็นหัวหน้าคน

1.เจ้านาย ทรงอำนาจ เจ้านายประเภทนี้ จะดีแต่ออกคำสั่ง มักแสดงพฤติกรรม การใช้อำนาจขณะทำงานหร…