Home ข้อคิด ถ้าอยากให้ลูกเก่ง ได้ดี มีอนาคต พ่อแม่ต้องมี 3 อย่างนี้

ถ้าอยากให้ลูกเก่ง ได้ดี มีอนาคต พ่อแม่ต้องมี 3 อย่างนี้

6 second read
0
0
89

พ่อแม่หลายคนชอบช่วยเหลือลูก อยู่ตลอดเวลา เพราะกังวลว่าลูกจะทำอะไรหลายๆ อย่างได้ไม่ดีพอ แต่คุณรู้ไหม ว่าการทำแบบนี้ จะเป็นการทำให้ลูกของคุณกลายเป็นคนอ่อนแอที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้

วันนี้มีงานวิจัยเผยว่า 3 ข้อ ที่หากแม่เข้าไป มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย หรือมีส่วนช่วยเหลือลูกๆ ได้น้อยที่สุดจะส่งผลดีกับลูกมากที่สุด

1. แม่ต้อง ขี้เกียจบ่นหรือพูดมาก ให้ลูกเรียนรู้ที่จะเติมโตด้วยตนเอง

พ่อแม่หลายคนชอบสร้าง ความคาดหวังในตัวลูกมากเกินไป อยากให้ลูกทำตามสิ่งที่ตัวเอง นั้นต้องการเพราะคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดีสำหรับลูก แต่การทำแบบนี้จะทำให้ลูกรู้สึกอึดอัดกดดัน และกลายเป็นไม่อยากฟัง และทำเป็นหูทวนลม ไม่ใส่ใจกับสิ่งที่แม่พูด

แต่มีครอบครัวหนึ่ง ที่กลับทำตรงกันข้ามในช่วงสุดสัปดาห์ ต้นเล่นเกมเป็นเวลานานมากและไม่ทำการบ้านแม่จึงถามเขาว่า “ลูกกะจะเล่นเกมถึงกี่โมง?” ต้นตอบว่า : “ขอเล่นอีก 10 นาที” แม่ตอบกลับไปว่า “โอเค ต้องรักษ าคำพูดนะ”

พอผ่านไป 10 นาที แม่ก็เดินกลับมาดูอีก ต้นก็ยัง คงนั่งเล่นอยู่ที่เดิม แม่โก ร ธ มาก แต่ก็ต้องสงบสติอารมณ์และพูดอย่างใจเย็นว่า “ปกติลูกเป็นคนรักษ า คำพูดไม่ใช่หรอ?” ในตอนนั้น ต้นเริ่มรู้สึกผิดจากนั้นก็เดินไปปิดสวิทช์ และรีบไปทำการบ้านทันที

นั้นเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้ แม่ของต้นเคยพูดหลายรอบ เกี่ยวกับนิทานเรื่อง “การเป็นคนน่าเชื่อถือ” และ นั้นก็ทำให้ต้นค่อยซึมซับเข้าไปในจิตใจ ปกติ แม่จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญเกี่ยว กับการอ่ านหนังสือ ทบทวนตำราเป็นอย่างมากจึงได้ซื้อนิทานสร้างแรงบันดาลใจให้อ่านมากมาย

และจากนิทานเหล่านี้ ทำให้ต้นเรียนรู้ ที่จะนำมาใช้กับตนเอง เสริมสร้างการควบคุมนิสัยของตนเอง การอดทนอดกลั้นด้านจิตตานุภาพ เพื่อให้ตนเองเป็นคนที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น

ประสบการณ์ของครูพบว่า : “แม่ขี้เกียจ” ไม่ขยันที่จะบ่น ทั้งวันแต่ใช้เหตุผลในการพูดคุย เพราะเธอรู้ดีว่าลูกไม่ชอบการบ่น แต่เธอขยันในการหาวิธีในการรับมือ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกและคุณภาพที่ดีเยี่ยมให้ลูก

2. แม่ต้อง ขี้เกียจขยับมือ สอนให้ลูกเรียนรู้จักพึ่งพาตนเอง

คุณแม่กุ๊ก เผยประสบการณ์ ว่าเธอจะไม่เข้าไปช่วยลูก ในสิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้เอง เช่น เมื่อห้องนอนของกุ๊ก ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยแม่จะเตือนกุ๊กว่า ควรจัดห้องอย่างไรเพื่อให้เป็นระเบียบแต่จะไม่เข้าไปทำให้ลูกเอง เธอปล่อยให้ลูกได้ทำด้วยตัวเอง

ช่วงเปิดภาคเรียนคุณครูขอให้นักเรียนห่อปกหนังสือเรียนเล่มใหม่ของเทอมนี้ แต่กุ๊กทำไม่เป็นแม่จึงสอนกุ๊กห่อ 1 เล่มก่อนเป็นตัวอย่าง ให้กุ๊กดูจากนั้นก็ปล่อยให้กุ๊กลองทำเองทั้งหมด กุ๊กไม่อยากห่อเอง จึงไม่ยอมขยับมือ แม่ก็ไม่สนใจเธอได้แต่ยืนอยู่ข้างๆ พร้อม ชี้นิ้วบอก ให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้

แต่ไม่เข้าไปช่วยห่อ ทำให้กุ๊กต้องนั่งห่อเอง ทั้งหมด แม่ของกุ๊กบอกว่า “ความจริงถ้าฉันจะเข้าไปช่วยห่อจะประหยัดเวลาได้มาก แต่กุ๊กจะไม่มีวันเรียนรู้ที่ ห่อปกหนังสือเองได้เลย ดังนั้น นี้เป็นวิธีที่ดีที่สุด คือปล่อยให้กุ๊กห่อเอง แม้ว่าจะห่อไม่เรียบร้อย ก็ตาม”

ประสบการณ์ของครูพบว่า : “แม่ขี้เกียจ” ไม่เคยขยันหมั่นเพียรในการช่วยเหลือ ลูกในการทำสิ่งต่างๆ แต่ให้ลูกทำเอง เพื่อจะได้พึ่งพาอาศัยตัวเอง ช่วยเหลือตัวเองได้ และไม่เฉยเมยต่อการฝึกฝนสร้างความรับผิดชอบให้กับลูก

3. แม่ต้อง ขี้เกียจ ไม่เข้าไปช่วยลูกทำการบ้าน

มีคุณแม่คนหนึ่ง เล่าประสบการณ์ว่าตนเองไม่เคย ไปสอนการบ้าน ให้ลูกชายเลย แม่จะเตือนลูกมากกว่า ว่าเวลาไหนควรไปทำการบ้านได้แล้ว เมื่อทำเสร็จแล้วก็บอกแม่คำหนึ่งก็พอ ส่วนการตรวจสอบว่าลูกชายทำถูกหรือไม่นั้นเป็นหน้าที่ของตัวเขาเองหรือให้เรียนรู้ว่าถูกหรือผิด

จากที่โรงเรียนแม่มีหน้าที่แค่เซ็นชื่อเท่านั้น ในตอนแรกลูกชายไม่พอใจ เป็นอย่างมากโดยบอกว่า “แม่ของคนอื่นจะช่วยตรวจ การบ้านให้ด้วย ทำไมแม่ขี้เกียจแบบนี้…?” เธอตอบลูกชายไปว่า… “ ไม่ใช่เพราะแม่ขี้เกียจหรอกนะ ลูกคิดดูสิ..!!

หากแม่ช่วยลูกตรวจ การบ้านแล้วลูกจะรู้ได้อย่างไร ว่าผิดตรงไหนบ้างแล้วต่อไปลูกจะตรวจเองเป็นไหม…? ตอนสอบ หากผิดลูกจะรู้ไหม ว่ามันผิดตรงไหน จงจำไว้นะ ว่าในตอนนั้นไม่มีใครสามารถมาช่วยลูกตรวจ ข้อสอบได้ ลูกจะได้ฝึกการตรวจ ความถูกต้องและเรียนรู้ด้วยตัวเอง ”

ในห้องเรียนลูกจะเจอ บทเรียนก่อนและจึงจะได้ทำข้อสอบแต่…ในโลกแห่งความเป็นจริงลูกจะได้ เจอบททดสอบก่อนแล้วถึงจะได้บทเรียน นี่คือสิ่งที่ลูกต้องเรียนรู้ ให้ได้มากที่สุด เธอสอนให้ลูกรู้จักพึ่งตนเองเมื่อพบเจอปัญหา ก็ต้องคิดใคร่ครวญเอง หากคิดไม่ออกจริงๆ ค่อยถามแม่หรือขอคำแนะนำจากแม่ได้

ประสบการณ์ของครูพบว่า : “แม่ขี้เกียจ” ไม่เคยชี้นำลูกให้เรียนรู้ แต่ปล่อยให้ลูกทำอย่างอิสระ และคิดอย่างอิสระ แต่เธอก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเธอยังให้ความสนใจกับลูก และใช้วิธีการที่ชาญฉลาด เพื่อช่วยแก้ปัญหาเมื่อลูกมีปัญหามันสอนให้รู้ว่าผู้ปกครองควรที่จะปล่อยลูกของตัวเองบ้างในเวลาที่สมควร

ให้เขาได้เรียนรู้ และใช้ชีวิต ของตัวเองให้เต็มที่ สิ่งที่ตัวอย่างแม่ๆ ทั้งหลายทำนั้น มันเป็นวิธีในการปลูกฝังลูกน้อยที่ดีมาก เพื่อให้เขาสามารถเติบโต ได้ด้วยตัวเองและช่วยเหลือ ตัวเองได้พ่อแม่ทุกคน มักจะกังวลกับลูก จนไม่กล้าปล่อยให้ลูกได้เรียนรู้และทำอะไรด้วยตัวเขาเอง

คุณควรเอาความกังวลเก็บไว้ในใจ และปล่อยให้เขาโบยบินไปด้วยวิธีของเขาเอง เพื่อให้เขามีปีกที่แข็งแรงพอ และอยู่ได้ด้วยตัวเองในวันที่ไม่มีคุณปกป้อง

ถ้าอยากให้ลูกเป็นคนใจเย็น ให้ฝึกการรอคอย

ถ้าอยากให้ลูกช่วยเหลือตัวเองเป็น ให้ลูกได้ลองลงมือปฎิบัติ

ถ้าอยากให้ลูกพูดเพราะ และมีมารยาท ต้องทำให้ลูกเห็นทุกวัน

ถ้าอยากให้ลูกมีวินัย พ่อแม่ต้องรู้จัก รั ก ษ า คำพูด

ถ้าอยากให้ลูกแก้ปัญหาได้ ให้ฝึกให้เจอปัญหาบ่อยๆ

ถ้าอยากให้ลูกกล้าแสดงความคิดเห็น ให้ฝึกถามเพื่อให้ลูกกล้า แสดงความคิดเห็น

ขอขอบคุณ l i f e b e e p e r

Load More Related Articles
Load More By wansuk
Load More In ข้อคิด

Check Also

เจ้านาย 8 แบบนี้ ที่ไม่ควรเป็นหัวหน้าคน

1.เจ้านาย ทรงอำนาจ เจ้านายประเภทนี้ จะดีแต่ออกคำสั่ง มักแสดงพฤติกรรม การใช้อำนาจขณะทำงานหร…