Home ข้อคิด ทำไมหาเงินได้เท่าไหร่ ก็ยังไม่เคยพอใช้ (ข้อคิดดีมากๆ)

ทำไมหาเงินได้เท่าไหร่ ก็ยังไม่เคยพอใช้ (ข้อคิดดีมากๆ)

8 second read
0
0
18

พูดกันติดปาก ตั้งแต่วัยทำงานจนถึงวัยเกษียณ ว่าหาเงินมาจ่ายออกหมด หาเงินได้เท่าไหร่

ก็ไม่พอจ่ายหาเงินมาไม่ทันได้ใช้ หาเงินมาได้ก็ไม่เคยมีเงินเก็บคนทำงาน

ทุกคนต่างต้องการเงินเดือนสูงๆ รายได้เยอะๆ กันทั้งนั้นอย่างน้อยที่สุดก็ขอให้ได้เงินเดือน

ที่พอใช้จ่ายตลอดเดือน เหลือเก็บบ้ างเล็กน้อยก็ยังดีแต่สภาพสังคมปัจจุบัน

ชีวิตของคนทำงาน มีสิ่งที่ทำให้ต้องเสียเงิน เสียค่าใช้จ่ายค่ามากขึ้น

ซึ่งแม้จะเป็นรายจ่ายที่สำคัญ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเปลี่ยนแปลง

หรือลดรายจ่ายไม่ได้เช่น ค่าผ่ อ นชำระบั ต ร เ ค ร ดิ ตขั้นต่ำในแต่ละเดือน

ค่าผ่ อ นสินค้า ค่าบริการโทรศัพท์มือถือค่าอินเตอร์เน็ต ค่าเสริมสวย-ซื้ อเครื่องสำอาง

ค่าใช้บริการฟิตเนส ค่าน้ำมันรถรายจ่ายเหล่านี้ เป็นการจ่ายเพื่อสิ่งที่

‘อาจไม่จำเป็นต้องมี ต้องทำ หรือต้องเป็น’ แต่ก็ยังดีกว่ารายจ่ายในสิ่งที่ไร้ประโยชน์

เช่น ค่าเ ห ล้ า ค่าบุ ห รี่ ค่าหวย หรือค่าใช้จ่ายสำหรับอ บ า ย มุ ข ต่างๆ

เงินเดือนเท่าไหร่จึงจะพอกับความต้องการจึงเป็นปัญหาโลกแตกสำหรับคนทำงานหลายคน

มีรายได้มากกว่าตอนเริ่มต้นทำงาน แต่ก็ยังไม่พอใช้จ่าย ไม่พอใช้หนี้ลองมองย้อนกลับ

ไปในอดีต หากเราไม่ก่อหนี้ โดยเฉพาะหนี้บั ต ร เ ค ร ดิ ต

เพื่อซื้ อสิ่งที่ต้องการอย่างง่ายๆ ป่านนี้คงมีเงินเก็บมากมายหากคนทำงานอย่างคุณ

จ่ายค่าเ ห ล้ า ค่า บุ ห รี่ ในแต่ละวัน เท่าค่าใช้จ่ายประจำวันโดยเฉพาะค่าข้าว

ถ้างดเ ห ล้ า งดบุ ห รี่ในแต่ละเดือน จะเหลือเงินค่าข้าวเป็นสองเท่าเลยทีเดียว!

หากคุณมีรายได้หลักพัน หรือหลักหมื่นต้นๆ แต่ซื้ อเสื้อผ้า เครื่องประดับราคาแพง

ใส่ไปทำงานใช้โทรศัพท์มือถือเครื่อง ละหลายหมื่นที่ยังต้องผ่ อ น ดื่มกาแฟแก้วละเกือบร้อย

แม้จะเป็นความสุขของคนทำงานที่ถือเป็นการให้รางวัลตัวเองจากการทำงาน

ที่เหน็ดเหนื่อยแต่ความทุกข์ ที่ต้องจ่ายหรือเป็นหนี้จะตามมาในภายหลังพฤติก ร ร ม

และการใช้ชีวิตเช่นนี้ ส่งผลให้คนทำงานส่วนใหญ่มีหนี้สินแม้แต่คนที่ทำงานได้เงินเดือนสูง

แต่บริหารรายได้ของตนเองไม่ดีก็ไม่เหลือเงินเก็บเพราะส่วนมาก

ได้เงินเยอะก็ใช้เยอะตามไปด้วยนี่เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความอย ากได้อย ากมีของคน

ยกตัวอย่างง่ายๆ ตอนเป็นเด็กคุณอาจจะคิดว่ามีเงินแค่ 1 ล้านบาท ก็ถือว่ารวยแล้ว

แต่เมื่อโตขึ้นมาเงิน 1 ล้านบาทอาจจะเป็นเงินจำนวนที่น้อยมากในสายตาคุณนั่นก็

เพราะกิ เ ล ส ไม่มีที่สิ้นสุด ยิ่งคนเติบโตมากขึ้นเท่าไหร่ กิ เ ล ส

ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นตาม ื‘สภาพและฐานะนุรูป ที่คุณต้องสร้างภาพให้ปรากฏแก่สังคม’

ดังนั้น ถึงจะมีเท่าไรก็ไม่พอใช้ เพราะความต้องการที่เพิ่มขึ้นลองพิจารณาดูว่าในช่วงเริ่มต้นชีวิตการทำงาน

คุณอาจมีรายได้แค่หลักพันหรือหลักหมื่นต้นๆ จากรายได้ที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตในหนึ่งหนึ่งเดือน

เมื่อคุณมีความต้องการมากขึ้นเรื่อยๆรายได้ก็เกิดการไม่พอใช้ ต้องหมุนเงินเดือนชนเดือน

หลังจากนั้นคุณก็จะเริ่มคิดว่าถ้ามี เงินเดือนสามหมื่นบาทก็คงพอค่าใช้จ่าย อยู่ได้สบายๆ

แต่เมื่อเงินเดือนคุณถึงสามหมื่นเมื่อไหร่ก็กลับเข้าสู่พฤติก ร ร มเดิม เงินสามหมื่นที่คิดว่าพอ

สุดท้ายก็ไม่พออยู่ดีจากที่เคยคิดว่า ‘ใช้เท่าไหร่ก็ยังไม่พอ’ พย าย ามเปลี่ยนมาเป็น

‘อย ากเก็บออมให้ได้เยอะที่สุดจนรู้สึกว่าออมเท่าไหร่ก็ยังออมไม่พอ’ หรือ สร้างหนี้ได้

แต่ต้องเป็น ‘หนี้เพื่ออนาคต’ ออมเงินกับประกันชีวิต และฝากเงินกับธนาคาร

จะได้สบายตอนแก่หรือมีเงินเก็บไว้ ใช้หากเกิดเหตุการณ์ฉุ ก เ ฉิ น หรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น

ประเมินรายจ่ายจากเงินเดือน หรือรายรับอื่นๆ ก่อนเสมอ เพื่อจัดสรรเงินเดือนเป็นส่วนๆ คิดว่า

ควรจ่ายอะไรเท่าไหร่บ้ าง จะได้รู้ว่าที่จ่ายไปแต่ละเดือนจนไม่เหลือกินเหลือเก็บนั้นรายจ่ายส่วนใด

ที่ไม่มีความจำเป็น ก็ค่อยๆ ตัดออกไป เรียกง่ายๆ ว่า ใช้จ่ายอย่างประหยัดหากเก็บออม 1 ปี

ได้ สัก 8 หมื่น เก็บออมได้ 3 ปี เป็น 2 แสน 4 หมื่น ระหว่างนั่นอาจจะไปฝากธนาคาร

ล ง ทุ น ก็จะมีเงินเก็บเพิ่มได้ แม้ในอนาคตข้าว ของเครื่องใช้จะขึ้นราคา คุณก็ไม่เดือดร้อนอะไร

ถ้าเทียบกับคนที่ทำงานมา 3 ปีเท่ากัน แต่ไม่มีเงินเก็บแม้แต่บาทเดียวที่สำคัญคุณจะมีเงินสำรอง

นอนนิ่งๆ ไว้ใช้ได้ย ามฉุ ก เ ฉิ นเช่น ย ามเ จ็ บ ป่ ว ย หรือเกิดอุ บั ติ เ ห ตุ

ที่ทำให้คุณไม่สามารถทำงานได้อีกต่อไป

ขอขอบคุณ m o n e y h u b . i n . t h

Load More Related Articles
Load More By wansuk
Load More In ข้อคิด

Check Also

6 วิธีมีเงินงอกเงย เงินเดือนไม่มากก็ทำได้

ค่าครองชีพ ที่สูงขึ้นใครก็อยากได้เงินที่มากขึ้น กันทั้งนั้นแต่ถ้าจะได้เงินที่มากขึ้น ก็จำเ…