Home ข้อคิด บริษัท 7 แบบที่คุณ ไม่ควรจะ..ทำงานด้วย

บริษัท 7 แบบที่คุณ ไม่ควรจะ..ทำงานด้วย

14 second read
0
0
206

หากคุณ กำลังจะตกงานแล้ว ยังหางานไม่ได้ หรือถ้าคุณทำงานอยู่แล้ว เริ่มรู้สึกเบื่องานอย ากหางานใหม่ คุณควรจะต้องตัดสินใจเลือกบริษัทที่กำลังจะทำงาน ด้วยให้ดี เพราะว่าการหางานไม่ได้มีเพียงปัจจัยในเรื่องของเงินและหน้าที่การงานเท่านั้น

แต่ยังมีเรื่องที่ต้องคิดเกี่ยวกับ ตัว “บริษัท” ที่เราจำต้องไปร่วมงานอีกด้วย ซึ่งก่อนที่จะยื่นสมัครหรือตอบตกลง ทำงานกับบริษัทใด แม้ว่าเงินเดือนจะมากกว่างานที่คุณทำอยู่ หรือตำแหน่งงานน่าสนใจมากก็ตาม ขอพูดถึงมีบริษัท 7 แบบที่ คุณไม่ควรไปร่วมงานด้วย หรือหากร่วมงานอยู่

1. บริษัทที่คนลาออกบ่อย

สังเกตอย่างไร : มีการลงประกาศ รับสมัครงาน ตำแหน่งสำคัญๆ ตามเว็บไซต์บ่อยๆ หรือบริษัท ที่คุณเข้าไปทำงานอาทิตย์แรก มีแต่คนพูดว่าจะลาออก ทั้งพูดเล่นพูดจริง

มันแ ย่ แค่ไหน : ปกติแล้วบริษัทที่ดี ไม่ควรมีการเปิดรับสมัคร ตำแหน่งผู้จัดการ หรือผู้บริหารระดับสูงในทุกๆ 6 เดือน

ถ้าคุณเห็นบริษัทใดที่มีพฤติกรร มดังกล่าว แสดงว่าบริษัทนั้น กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ 3 สาเหตุคือ

– ผู้บริหาร ไม่มีความเป็นผู้นำที่ดี

– มีวัฒนธรรมองค์กร ภายในที่ไม่สามารถดึงดูดคนดีๆ ไว้ได้

– หรือเป็นไปได้ว่าผู้บริหารระดับสูง มีเป้าหมายสั้นพอๆ กับระยะเวลาที่พนักงานอยู่ในบริษัท

ทำอย่างไร : บริษัทที่มี แต่คนลาออกมักไม่ทำตามข้อตกลงที่เคยบอกคุณไว้ เพราะฉะนั้น หากเขาสัญญาว่า จะโปรโมตคุณในระยะเวลาเท่านั้นเท่านี้

2. บริษัทที่มีวัฒนธรรมองค์กรขัดแย้งกันเอง

สังเกตเห็นได้อย่างไร : มีคนวงใน หรือเพื่อนของเพื่อนคุณ ที่ทำงานในนั้นบ่นให้ฟังถึงบรรย ากาศ การทำงานหรือมีคนรีวิวการทำงานตามบอร์ดสาธารณะอยู่เรื่อย ๆ

มันแ ย่ แค่ไหน : บริษัทแบบนี้ อาจจะไม่ใช่เหตุผล ที่ทำให้คุณไม่เลือกส่งใบสมัครมาตั้งแต่แรกแต่รับรองได้ว่ามันจะส่งผลกระทบต่อชีวิตการทำงานของคุณในระยะย าวแน่

ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพ การทำงานของคุณไปจนถึงด้านการเงินของบริษัท

ทำอย่างไร : เลี่ยงได้ก็เลี่ยง พย าย ามอย่าตกลง ปลงใจ ทำสัญญากับบริษัทแบบนี้ เพราะคุณอาจมีปัญหาในระยะย าวแน่

3. บริษัทที่ข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรง

สังเกตเห็นได้อย่างไร : ภาพบรรย ากาศ การทำงานสุดคูลออฟฟิศสุดเลิศและแคมเปญ โ ฆ ษ ณ า ที่ไม่มีใครเทียบได้ แต่พอเข้าไปทำงานจริงกลับกลายเป็น หนังคนละม้วน มีแค่ออฟฟิศของเจ้านายเท่านั้นที่สามารถเรียกว่าออฟฟิศได้

ส่วนตรงอื่นอย่าเรียกว่า ออฟฟิศเลย นอกจากไฟฟ้าที่ไม่สว่างและคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ สมัยพระเจ้ า เ ห า แล้ว ไม่ต้องพูดถึงมุมพัก เบรคของพนักงาน ฝันไปซะเถอะ

มันแ ย่ แค่ไหน : ก็เหมือนคุณเข้าเว็บ จองโรงแรม ที่คุณไม่ได้มีโอกาสเห็นจริงๆ ก่อน ในรูปดูสวยมาก แต่พอเข้าพักจริงๆ แล้วต่างกันราวฟ้ากับเหวแต่ที่น่ากังวลกว่า คือโรงแรมคุณอยู่แค่ 2-3 คืน

แต่บริษัทแบบนั้น คุณจะต้องอยู่กับมัน อย่างน้อย 40 ชั่ วโมง ต่อสัปดาห์ไปอีกอย่างน้อยครึ่งปี คิดดูว่าจะแ ย่ แค่ไหน

ทำอย่างไร : หาอ่ านรีวิว บริษัทให้ดีก่อนตัดสินใจ เข้าทำงานในที่ใดที่หนึ่ง แต่ทางที่ดีคุณควรหาคนรู้จักที่ทำงานดู ในนั้นแล้วถามซะ ของแบบนี้ต้อง D i g D e e p

4. บริษัทเน้นคุยงานไม่เน้นทำงาน

สังเกตเห็นได้อย่างไร : วันๆ ผู้บริหารเอาแต่ประชุมๆ ไม่กระจายงาน ไม่ตัดสินใจอะไรสักอย่าง

มันแ ย่ แค่ไหน : ลองคิดถึงว่า คุณต้องทำงาน ในบริษัทที่มีผู้บริหารระดับสูง 3 คนนั่งประชุมระดมความคิดกันเองอยู่ในห้องทั้งวัน แต่พอจบวันพวกเขากลับลงเอย แยกย้ายกันกลับบ้าน และคุณก็ไม่รู้ว่าต้องทำอะไร หรือแ ย่ กว่านั้นคือ พวกเขากลับมาทวงงานคุณทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ให้คุณทำอะไรทั้งวัน

ทำอย่างไร : ลองถามตัวคุณเองด้วย คำถามเหล่านี้ เช่น มีเฉพาะคนในเท่านั้นใช่มั้ย ที่จะได้โปรโม ท หรือบริษัทกำลังหาคนนอกเข้าไปทำงานตำแหน่งใหญ่หรือเปล่าหรือ เอ๊ะ ทำไมมีผู้บริหารระดับ Vice Pressident เป็น 10 ทั้งๆ ที่ บริษัทมีพนักงงาน ทั้งหมดแค่ 100 คน

ถ้าคุณเกิดคำถามขณะดูรายละเอียดบริษัทนั่นแหละ คือสัญญาณที่บอกว่า บริษัทนั้นเป็นบริษัทที่เน้นคุยงาน ไม่เน้นทำงาน ซึ่งถ้าคุณเลือกได้ก็อย่าเข้าไปทำงานกับบริษัทแบบนี้เลย

5. บริษัทที่เล่นไม่ซื่อกับคุณ

สังเกตเห็นได้อย่างไร : บริษัทที่คุณทำงานอยู่ ไม่มีการตั้งเป้าหมาย ที่ชัดเจน หรือไม่มีการเขียนอะไรเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของคุณที่ชัดเจน

ไปจนถึงเป้าหมายระยะย าวของบริษัท หรือคุณอาจจะเห็นนายคุณเอง ที่เอาแต่สัญญาว่าจะโ ป ร โ ม ท คุณวันนั้นวันนี้ ระวังไว้ให้ดี​

มันแ ย่ แค่ไหน : ในโลกปัจจุบันที่ทุกคน ถามหาความโปร่งใส เชื่อถือได้จากทุกองค์กร บริษัทต่างๆจึงพย าย ามนำเสนอความโปร่งใสโดยการนำเสนอให้เห็นวัฒนธรรมองค์กร

เช่น การเปิดเผยสวัสดิการ หรือโบนัสต่างๆ จนกลายมาเป็นเหมือนคำมั่นสัญญาที่บริษัทพย าย ามสร้างมาแข่งกัน ลองคิดดูว่าถ้า HR มาบอกว่าจะโ ป ร โ ม ท คุณปลายปีนี้

แต่พอปลายปีกลับทำเฉย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือบอสคุณบอกจะขึ้นเงินเดือนให้ปลายปีแต่พอถึงปลายปี กลับบอกว่าไว้กลางปีหน้า นั่นแหละคือที่มาของบริษัทที่เล่นไม่ซื่อกับคุณ

ทำอย่างไร : วางแผน หางานใหม่และเตรียมตัวลาออกเลย เพราะมันไม่มีเหตุผลที่คุณจะอยู่ทำงาน กับบริษัทที่เอาแต่สัญญา และเล่นไม่ซื่อกับคุณ อยู่ไปชีวิตคุณคงย่ำอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ

6. บริษัทบอนไซ

สังเกตเห็นได้อย่างไร : คุณรู้สึกว่าคุณไม่ได้ เรียนรู้อะไร เพิ่มเติมเลยจากงานที่ทำอยู่ทุกวัน ไม่มีการประเมินผลการทำงานหรือคุณอาจจะโดนสั่ง ให้ทำงานนอกเหนือความรับผิดชอบตลอดเวลา

มันแ ย่ แค่ไหน : คุณอาจจะคิดว่า เงินเดือนโอเค หน้าที่ที่คุณได้รับมอบหมาย ก็ไม่แ ย่ แต่พอคิดๆ ดูอีกที ยิ่งทำงานนี้ไปเรื่อยๆ คุณกลับไม่ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติมเลย หนำซ้ำยังรู้สึกภูมิปัญญา ลดน้อยถอยลง จะขอไปเรียนต่อเหรอ ฝันไปเถอะบริษัทบอนไซเหมาะมาก กับคนที่ไม่อย ากเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมอีกแล้ว

พอแล้วกับสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่มีเป้าหมายในอนาคต ไม่อย ากโตไปมากกว่านี้ แต่ เราว่าไม่มีใครอย ากทำงานกับบริษัทแบบนี้แน่

ทำอย่างไร : ทำงานที่ บริษัทบอนไซหมายถึง สัญญาณที่คุณจะต้องลาออกมาเข้าสู่วัฏจักร หางาน สมัครงาน ใน 12 เดือน 18 เดือนแน่นอน

เพราะบอนไซ คือต้นไม้ที่ถูกตัด และเลี้ยงไว้ไม่ให้โตไปมากกว่านี้ หรือพูดอีกอย่างคือไม่ต าย ก็เลี้ยงไม่โต

7. บริษัทที่ไม่มีอนาคต ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร

สังเกตเห็นได้อย่างไร : บริษัทคุณไม่มีแผนอะไรเลยไม่ว่าระยะสั้น ระยะย าว ระยะไหนๆ ไม่ว่าคุณจะไปถามใคร ในบริษัทก็ไม่มีใครรู้แม้กระทั่งหัวหน้าคุณเอง

มันแ ย่ แค่ไหน : บริษัทที่เปรียบเสมือน ไททานิค ที่ล่องไปในมหาสมุทร กว้างใหญ่ดูแล้วไม่มีอนาคตแบบนี้ ก็เหมือนบริษัทที่พร้อมจะจมลงได้ทุกเมื่อคุณอาจจะไม่รู้สึกอะไร

เมื่อเข้าไปเริ่มงานแรกๆ อาจจะมองว่ามันเป็นความท้าทายเป็นความเปลี่ยนแปลง ในบริษัทที่เกิดขึ้น เหมือนชีวิตต้องหมุนเร็วตลอดเวลา แต่เมื่อทำงานไปแล้วคุณอาจจะพบว่า ทุกอย่างมันเละ ทุกอย่างถูกคิดและทำแบบวันต่อวัน ไม่มีการวางแผนไว้ก่อน

ระวังตัวไว้ บางทีอาจจะมีสัญญาณเช่น “เดือนนี้ผมขอยังไม่จ่ายเงินเดือนนะ” ตามมาก็เป็นได้

ทำอย่างไร : ไม่ว่าภาพลักษณ์ของบริษัท จะดูดีแค่ไหน ตามที่คุณเห็นในสื่อต่างๆ แต่ถ้าบริษัทไม่รู้ว่าตัวเอง กำลังทำอะไร ทำไปทำไม แสดงว่าบริษัทคุณ ไม่มีแผนกลยุทธ์

สิ่งที่คุณทำได้คือช่วยบริษัทคุณวางแผนหรือลาออกไปทำงานที่อื่นซะดีกว่า

ขอขอบคุณ w o r k v e n t u r e

Load More Related Articles
Load More By wansuk
Load More In ข้อคิด

Check Also

จากชีวิตมีหนี้กองท่วมหัว สู้ชีวิต..จนมีเงินเก็บหลักแสน

ประสบการณ์ตรงจากชายคนหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า…ผมทำงานเป็นพนักงานขาย ในห้างดัง ตอนนั้นมีหนี้สินต…