Home ข้อคิด ลักษณะหัวหน้างาน ที่ลูกน้องรัก เต็มใจทำงานให้สุดชีวิต

ลักษณะหัวหน้างาน ที่ลูกน้องรัก เต็มใจทำงานให้สุดชีวิต

6 second read
0
0
502

1. ลงมือทำให้เห็น

การลงมือทำ ให้ทุกคนเห็นนั้น เป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดกว่าการไปบอกใครว่า นี่ๆ ทำแบบนี้สิแล้วจะดี

แต่ความเป็นจริงแล้ว คนที่เป็นหัวหน้านี่แหละทำตาม ให้เห็นไปเลยถ้าอยากจะให้ลูกน้องทำอะไรง่ายกว่า

2. ใจดีแต่ไม่ตามใจ

ทุกคนล้วนชอบคนที่ใจดีทั้งนั้นไม่ว่า จะเป็นคนที่ทำงานในระดับไหน แต่ความใจดีนั้นไม่ได้หมายถึงการยอมตามใจลูกน้องไปซะทุกอย่าง

น้องบอกทำแบบนี้ได้ไหม เราบอกได้เลยๆ อย่างเดียวเพียง เพราะกลัวว่าน้องจะเสียใจ ซึ่งจริงๆ แล้วบางอย่างอาจจะไม่ดีต่องานเท่าไหน

การทำแบบนี้ลูกน้องอาจจะรัก แต่เจ้านายจะมองว่า เราเป็นหัวหน้าที่ไม่สามารถบอกน้องๆ ได้ว่าอันไหนควรทำ อันไหนไม่ควร

3. มีเหตุมีผล

หัวหน้าที่ไม่มีใครชอบเลยคือ หัวหน้าที่ยึดความคิดเห็นของตัวเองเป็นใหญ่ ใครพูดอะไร หรือเสนอไอเดียอะไรมา ถ้าหัวหน้ารู้สึกว่าไม่คุ้นเคย ไม่เข้าใจ จะค้านทันที

ทั้งที่ยังไม่เคยได้ศึกษาหรือฟังคำอธิบายเพราะยึดชุดความคิดของตัวเอง เป็นหลักหัวหน้าแบบนี้จะทำให้ลูกน้องไม่ยอมเข้าหา ไม่กล้าคุยด้วย และไม่กล้าเสนอไอเดียอะไรใหม่ๆ เลย ท้ายที่สุดแล้วงานก็ออกมา แ ย่

4. ควบคุมอารมณ์เป็น

การคุมอารมณ์คือคุณสมบัติพื้นฐาน ของหัวหน้าที่ดี เพราะไม่มีลูกน้องคนไหนที่อยากจะเจอหัวหน้าที่คุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ คนที่ทำงานด้วยจะกดดันมากๆ

และแทบจะไม่อยากเจอหน้าเลยล่ะ หรือหากคุณเป็นหัวหน้าแล้ว ลูกน้องทำผิดจริงๆ อย่าใส่อารมณ์กับลูกน้องแต่คุยด้วยเหตุผลว่าเราอยากจะได้อะไร ไม่ใช่มาถึงใส่เต็มที่เลย ลูกน้องหนีแน่นอน เข้าใจไหม ปั๊ดโธ่!

5. ไม่ตำหนิใครต่อหน้าคนอื่น

เวลาที่เราจะตำหนิใครจริงๆ สิ่งที่หัวหน้าที่มีสติควรทำคือตำหนิกัน แค่สองคนในที่ที่ไม่ใครรับรู้ เพราะการตำหนิใครต่อหน้าที่ประชุมหรือคนเยอะนั้นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกผิด

แต่มันทำให้เขารู้สึกอายมากกว่า และจะไม่เคารพคุณด้วยเพราะทำแบบนี้เหมือนไม่เคารพกัน

6. ชมต่อหน้าทุกคน

หากลูกน้องของคุณทำดี สิ่งที่หัวหน้าควรทำคืน ชื่นชมต่อหน้าคนอื่น เพื่อให้เขารู้สึกได้ภูมิใจในงานที่ทำ

ยิ่งได้รับคำชมจากหัวหน้ากำลังใจก็มาเต็มเพราะเขารู้ว่าสิ่งที่ทำไปอย่างตั้งใจไม่เสียเปล่า หัวหน้ารับรู้ และทุกคนก็รับรู้

7. ปกป้องลูกน้อง

หน้าที่ของหัวหน้าที่ถูกต้องคือต้องพร้อมที่จะกางปีกปกป้องน้องๆ ทุกคนแม้ในวันที่เขาทำผิด ก็ต้องรู้ว่าควรจะทำอย่างไรให้ลูกน้องไม่รู้สึกว่าตัวเองโดน ถี บ ตกน้ำคนเดียว

แต่เรา ควรจะไปปกป้องลูกน้อง ส่วนผิดถูกอย่างไรเดี๋ยวไปแก้ไขกันที่หลัง

8. หัวหน้าก็ผิดได้

คนเป็นหัวหน้า ต้องไม่ผิดพลาด แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสพลาด เมื่อพลาดแล้วหัวหน้าก็ต้องแสดงให้น้องๆ ได้เห็น

ว่าหัวหน้ามีการจัดการความผิดนั้นอย่างไร ซึ่งน้องๆ จะจดจำสิ่งที่เราทำแล้วจำไว้เป็นแบบอย่าง

9. คิดก่อนจะพูด

ก่อนจะพูดหรือแนะนำอะไรก็ตาม หัวหน้าที่ดีจะคิดก่อนแล้วค่อยเสนอ ความคิดเห็นหรือคำแนะนำออกไป

ที่หัวหน้าควรคิดก่อนพูดก็เพราะ สถานภาพเราคือผู้นำทีม การที่เรานำทีมไปโดยไม่คิดผลลัพธ์ก็ออกมาไม่ดีแน่นอน

10. ไม่เอาลูกน้องไปนินทา

การเอาเรื่องของลูกน้องไปเล่า ในเชิงนินทานั้นไม่ใช่สิ่งที่หัวหน้าควรจะทำ เพราะจะทำให้ความรู้สึกเคารพในตัวหัวหน้าลดลงทันที

หากวันหนึ่ง ลูกน้องทราบเรื่อง อย่าหูเบา และปากไวคิดว่าการนินทาเป็นเรื่องสนุก

11. ไม่เอาเปรียบ

ลูกน้องทำงานหนัก แค่ไหน หัวหน้าก็ควรที่จะทำงานหนักไปด้วยกัน อย่าปล่อยให้ลูกน้องทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ

ขณะที่ตัวเองสนุกสนานกับการทำในสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับงานเพราะคิดว่าลูกน้องมีไว้ให้สั่งงาน

12. ให้คำปรึกษาได้

การให้คำปรึกษาแก่ลูกน้องเป็นสิ่งหนึ่งที่หัวหน้า ต้องมีศิลปะเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว ถ้าน้องถามอย่างตั้งใจ ก็ควรให้คำปรึกษาที่ถูกต้อง

อย่าให้คำปรึกษาแบบขอไปทีเหมือน กับว่าธุระไม่ใช่ เพราะหากทำแบบนี้บ่อยๆ อนาคตน้องๆ จะไม่เปิดอกคุยกับคุณเลยแม้จะเป็นเรื่องงานก็ตาม

13. อย่าเอาหน้า

ในวันที่งานประสบความสำเร็จ หัวหน้าต้องยืนอยู่แถวหลังแล้วให้ลูกน้องที่เป็นเจ้าของงานนั้น ได้รับความดีความชอบไป อย่าดึงซีนเด่นกว่าคนทำงาน

เพราะคนที่เหนื่อยกับการทำงานควรได้รับผล ตอบแทนมากกว่าหัวหน้า ตรงกันข้าม หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้น หัวหน้าที่ดีต้องออกหน้ารับแทนลูกน้อง

14. พร้อมให้ความช่วยเหลือ

อย่าคิดว่าให้งานลูกน้อง รับผิดชอบไปแล้ว หัวหน้าจะลอยตัวนั่งรอน้องเอางานมาส่งเฉยๆ แต่หัวหน้าควรจะพร้อมให้ความช่วยเหลือน้องๆ

หากมีปัญหาไม่ควรปล่อยให้ลูกน้อง ลุยงานอย่างโดดเเดี่ยว เมื่อติดปัญหาหาทางออกไม่ได้งานก็อาจจะเสีย

15. ให้โอกาส

การให้โอกาสคนเป็นสิ่งที่หัวหน้า ควรจะทำ และควรจะรู้ว่าใครเหมาะที่จะได้รับโอกาสนั้น

ซึ่งการให้โอกาสนั้นเป็นสิ่งที่คนทำงานทุกคน อยากได้จากหัวหน้า ไม่ว่าจะเป็นโอกาสเล็ก หรือโอกาสใหญ่ก็ตาม เพราะมันแสดงให้เห็นว่า หัวหน้ามองเห็นศักยภาพของตัวเขา

16. เคารพเวลาส่วนตัว

นอกเวลางาน ไม่ใช่เวลาที่หัวหน้า จะคุยงานกับลูกน้อง หากเป็นงานด่วนจริงๆ หัวหน้าควรจะรับเรื่องเอาไว้ก่อน แล้วค่อยไปจัดการกันในเวลา

ควรเข้าใจว่าวันหยุดหรือช่วงเวลาพักผ่อน ของทุกคนมีค่า อย่าคิดว่า…มันเป็นเรื่องงาน ลูกน้องคุยได้เขาต้องพร้อมจะแก้ไขให้เราสิ

17. ตั้งใจฟัง

หัวหน้ามีหน้าที่ในการรับฟังความคิดเห็น ของน้องทุกคน เพราะถ้าเขาไม่ปรึกษาหัวหน้า ก็ไม่รู้แล้วว่าจะไปปรึกษาใครต่อ

และไม่ใช่แค่รับฟังอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องฟังอย่างตั้งใจ เพื่อให้รู้ถึงสิ่งที่น้องต้องการด้วย เพื่อจะได้ช่วยน้องได้ถูกต้อง

18. เป็นกลางกับทุกคน

ความเป็นกลางในที่ทำงานนั้นหมายถึง การให้ความสนใจกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกับ ไม่ลำเอียงไปทางคนใดคนหนึ่ง หรือในทุกครั้งที่ต้องตัดสินใจอะไรก็ตาม

ควรเอาความเป็นกลางเป็นที่ตั้ง อย่าเอาความสนิทเป็นที่ตั้ง เพราะถ้าคนเป็นหัวหน้าเอียง ไปทางคนใดคนหนึ่ง ปัญหาจะตามมา แต่ถ้าเราเป็นกลางในทุกเรื่องปัญหานี้จะไม่เกิด

19. รับปากต้องทำให้ได้

เมื่อไหร่ก็ตาม ที่เรารับปากไปแล้วสิ่งที่หัวหน้า ต้องทำคือจดจำให้ได้ว่าเคยสัญญาอะไรกับลูกน้องไว้แล้วต้องทำให้ได้

อย่าพูดไปส่งๆ ว่าเดี๋ยวจัดการให้นะ เดี๋ยวทำให้ เดี๋ยวตามให้ แล้วก็ปล่อยให้น้องๆ รอความหวัง สุดท้ายพอน้องทวงถามก็บอกว่าลืม ซึ่งไมใช่เรื่องดีเลย

20. เป็นหัวหน้าแค่ในเวลางาน

ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม พอเลิกงานแล้ว ถอดหัวโขน ที่เป็นหัวหน้าทิ้งซะ ลูกน้องที่เห็นก็ไม่ใช่ลูกน้อง แต่เป็นพี่เป็นน้องกัน

 

ขอขอบคุณ m a n g o z e r o

Load More Related Articles
Load More By wansuk
Load More In ข้อคิด

Check Also

จากชีวิตมีหนี้กองท่วมหัว สู้ชีวิต..จนมีเงินเก็บหลักแสน

ประสบการณ์ตรงจากชายคนหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า…ผมทำงานเป็นพนักงานขาย ในห้างดัง ตอนนั้นมีหนี้สินต…