Home ข้อคิด หัวหน้าควรเลิกทำ 5 นิสัยนี้กับลูกน้องได้แล้ว (อยากให้หัวหน้าได้อ่าน)

หัวหน้าควรเลิกทำ 5 นิสัยนี้กับลูกน้องได้แล้ว (อยากให้หัวหน้าได้อ่าน)

21 second read
0
0
3,060

หัวหน้าคืออาชีพ ของการบริหารคนที่ต้องบริหารให้ทุกคนในทีมทำผลงานบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ ก็จะทำได้ดี เป็นผู้นำที่ได้ทั้งใจคนและได้ผลของงานที่ดีด้วย

แต่อย่างไรก็ตามยังคงมี หัวหน้าหลายๆ คน ที่เผลอน้อยใจว่า ทำไมลูกน้องของตนเองนั้นไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ขี้ เ กี ย จ ไม่มีพลัง ไม่เปิดใจ ถามคำตอบคำ จนทำให้ยอดขายตก คู่แข่งแซงหนีไปลิ่ว ฯลฯ

ซึ่งสาเหตุอาจไม่ได้ มาจากลูกน้องโดยตรง แต่เป็นผลมาจากตัวหัวหน้าเองที่อาจมีพฤติกรรมไม่ดี ที่ ทำ ล า ย ประสิทธิภาพการทำงานของลูกน้องได้ โดย 5 พฤติกรร ม ที่เราอาจเผลอทำบ่อย ๆ แต่แท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำกับลูกน้อง ได้แก่

1.พูดจาแนะนำสอนสั่ง โดยไม่ให้เกียรติ

“โชคดีแค่ไหนแล้วที่ยังมีงาน ให้ทำในช่วงวิกฤตแบบนี้”, “พี่ขอร้องเถอะนะ ไม่ต้องคิดที่จะทำอะไรเองเลย พี่เป็นหัวหน้าแค่ทำตามที่พี่สั่งก็พอ เข้าใจไหม โอเค้” ฯลฯ ลักษณะคำพูดทำนองนี้ ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรทำ เพราะลูกน้องของเราก็เป็นผู้ใหญ่ เป็นเพื่อนร่วมงานของเรา

ซึ่งการสอนผู้ใหญ่จะไม่เหมือนกับการสอนลูกสอนเด็กคนทำงานทุกคนมีประสบการณ์การทำงานมาก่อนไม่มากก็น้อย พวกเขาต้องการแรงจูงใจ ต้องการประโยชน์ ที่จะได้รับจากการทำตามที่เราแนะนำ What’s in it for me?

ลูกน้องทุกคนต้องการความเคารพการให้เกียรติ เช่นเดียวกันกับเราซึ่งไม่ใช่ไปยกมือไหว้หรือยกยอปอปั้นเขา แต่เป็นการให้เกียรติในมุมมองการทำงานของเขา และประสบการณ์การทำงานของเขา

2.ตำหนิลูกน้องต่อหน้าเพื่อนร่วมงานคนอื่น

“ทำไมคุณถึงมีปัญหาอยู่คนเดียว คนอื่นเขาไม่เห็นมีปัญหาแบบนี้เลย”, “คุณอยากได้นู่นได้นี่ แต่ผลงานไม่เห็นเคยมีปรากฎ เหมือนคนอื่นเลยนะ สักแต่พูดแต่คุณไม่เคยทำได้เลย” ฯลฯ ถ้อยคำตำหนิต่อว่าลูกน้องทำนองนี้ต่อหน้าเพื่อนร่วมงานและลูกน้องคนอื่นๆ

รวมถึงการเปรียบเทียบว่า คนหนึ่งดีแต่อีกคนไม่ดี เป็นการทำให้คนเสียหน้า เสียใจ เสียความรู้สึก ซึ่งเป็นสิ่งที่หัวหน้าไม่ควรทำอย่างยิ่งคำแนะนำ ในการปรับเปลี่ยนคือควรเรียกลูกน้อง เข้ามาพูดคุยเป็นการส่วนตัว แล้วพูดถึงพฤติกรรมที่เฉพาะเจาะจงของเขาไปเลยว่าทำอะไรผิดพลาด

เราอยากให้เขาปรับปรุงแก้ไข อย่างไรเช่น คุณมาสาย 2 ครั้งสัปดาห์นี้ 8.30 น. และ 9.45 น. ในขณะที่ต้องเข้างาน 8.00 น. ตรง ผมขอให้มาทำงานให้ตรงเวลานะ แล้วเริ่มประชุมตอน 8.15 น. ตามที่เคยตกลงไว้ คุณเป็นคนสำคัญที่จะใส่ ความคิดสร้างสรรค์ให้กับทีมงาน คุณทำได้ไหม คิดเห็นอย่างไร

3.ปิ ด กั้ น ความคิดเห็นและไอเดียของลูกน้อง

หลายครั้ง หัวหน้าหลายๆ คนก็มักชอบพูดทำนองว่า “ไอ้ที่เสนอมามันก็ดีนะ แต่ว่าก็ลองกันมาหมดแล้ว มันไม่เวิร์ค อย่าเสียเวลาเลย” ฯลฯ ประโยคแบบนี้เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หัวหน้าต้องหยุดพูด

เพราะหน้าที่ของหัวหน้าที่ดีคือ ต้องพยายามสร้างสรรค์ให้ลูกน้องกล้าพูด กล้านำเสนอ “Encourage People to bring their brain to work.”ต้องสนับสนุนให้ทุกคนใช้ ส ม อ ง ในการทำงานไม่ใช่หัวหน้าเก็บเอาไว้ คิดคนเดียว ทำทุกอย่างคนเดียว

เอา Task List เอางานกลับไปทำที่บ้านคนเดียว จนเหนื่อยท้อ หัวหน้าที่ดีจะต้องสนับสนุนให้ทุกคนทำงาน เพื่อให้เขาเติบโต เพราะเขาเองก็สามารถทำได้ดีและอยากทำให้ดีที่สุดในอาชีพของเขาด้วยเหมือนกัน

4.ทำให้ความผิดของพนักงานส่วนน้อย กระทบกับบรรยากาศการทำงานโดยภาพรวม

เช่นในกรณี แค่เรื่องมาสาย ของลูกน้องคนเดียว แต่เราโกรธมากเพราะรู้สึกว่าเขาไม่รับผิดชอบ เห็นแก่ตัว จึงออกคำสั่งกับลูกน้องทุกคน ว่า “การมาสายเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ต่อไปนี้ทุกคนต้องมาทำงานให้ตรงเวลาไม่ เช่นนั้นจะถูกลงโทษอย่าง รุ น แ ร ง” พร้อมกับส่งอีเมลกำชับให้ทราบโดยทั่วกัน

การกระทำลักษณะนี้ ของหัวหน้า ถือเป็นการเอาความผิดเล็กๆ ของคนๆ เดียวมาเหมารวมทุกคน ทำให้เป็นเรื่องใหญ่เอาความผิดของคน 1 คนมา ทำ ล า ย ขวัญ กำลังใจและบรรยากาศในการทำงานจนหมดสิ้น ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีกับลูกน้องทุกคนเป็นวงกว้าง

เวลาที่เราต้องการจะปลุกใจคน ดึงพลังของคนขึ้นมาบรรยากาศถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เราบังคับให้ม้ากินน้ำไม่ได้ แต่เราจูงม้าไปที่แม่น้ำและสร้างบรรยากาศให้ม้าอยากกินน้ำได้ ด้วยการทำให้เห็นม้าตัวอื่นกินน้ำ กินน้ำแล้วมีความสุข จนเกิดความอยากกินตามไปด้วย

เพราะฉะนั้น หน้าที่ของหัวหน้าจึงต้องพึงระวังคำพูด รวมถึงท่าทางและน้ำเสียงของตัวเอง เพื่อ รั ก ษ า บรรยากาศที่ดีในการทำงานเอาไว้ให้ได้ รั ก ษ า ขวัญและกำลังใจของลูกน้องเอาไว้ให้ได้

5.กล่าวคำชมเชยแบบไม่เฉพาะเจาะจง

บางครั้งหัวหน้าก็อยากสวมบทบาท เป็นนางฟ้าที่คอยชื่นชมให้กำลังใจพนักงาน แต่คำชมของเราบางทีก็กว้างเกินไป ไม่เฉพาะเจาะจงจนบางครั้งลูกน้องรู้สึกว่า “หัวหน้าเสแสร้ง” เช่น Oh! Nice job everybody, today you did a good job. “วันนี้ทุกคนทำดีมาก โอ้ ประเสริฐ ยอดเยี่ยม” คำชมทำนองนี้มีลักษณะกว้างเกินไป

ควรปรับให้มีความเฉพาะเจาะจงลงไปเลยเช่น วันนี้ตอนที่น้องแก้ปัญหา ให้ลูกค้า น้องใช้เทคนิคการแก้ปัญหาที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงประเด็น น้องใช้น้ำเสียงไพเราะ ยิ้มแย้มแจ่มใส พี่ขอบคุณมากนะคะ เป็นต้นการกล่าวคำชมแบบเฉพาะเจาะจง พฤติกรร ม จะทำให้เกิดการทำซ้ำแล้วซ้ำอีกในวิธีการทำงานที่ถูกต้อง

ซึ่งส่งผลดีต่อประสิทธิภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้นนอกจากนี้ เวลาที่หัวหน้าสั่งงาน ก็ควรสั่งให้ชัดเจน เพราะบางทีเราก็โมโห เพราะความไม่ชัดเจนของเราเอง เช่น ส่งงานพี่พรุ่งนี้เช้านะทุกคน พรุ่งนี้เช้าต้องได้งานทันทีแต่คำว่าพรุ่งนี้เช้าก็ไม่ชัดเจนว่าคือกี่โมง

พอ 9 โมงเช้าไม่มีใครมาส่งงาน ที่โต๊ะเราก็หงุดหงิดโมโห ทั้งที่จริง ๆ แล้ว 10 โมง หรือ 11 โมง ก็ยังถือว่าเช้าได้อยู่ดังนั้น ในการสั่งงานของหัวหน้าจึงควรระบุให้ชัดเจนเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาด เช่น ส่งงานพร้อมกันที่โต๊ะพรุ่งนี้เช้า ก่อน 8.00 น. เป็นต้น

ลูกน้องจะทำงานได้ดีแค่ไหน ดึงเอาศักยภาพของตัวเอง ออกมาสร้างผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด หัวหน้าถือเป็นบุคคลที่มีความสำคัญอย่างมากโดย เป็นได้ทั้งคนที่คอยส่งเสริมและคอย บั่ น ท อ น ในเวลาเดียวกันขึ้นอยู่กับว่าดูแลแนะนำและปฏิบัติต่อลูกน้องอย่างเหมาะสมหรือไม่

ดังนั้น ในทุก ๆ สถานการณ์ของการทำงานหัวหน้า จึงมีหน้าที่เสริมสร้างพลั ง ให้กับทีมลูกน้องทุกคน โดยต้องคอยหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่ดี ที่จะส่งผลเสีย บั่ น ท อ น ไฟและกำลังใจในการทำงานของลูกน้องให้ได้มากที่สุด

ขอขอบคุณ p a n j i t

Load More Related Articles
Load More By wansuk
Load More In ข้อคิด

Check Also

เจ้านาย 8 แบบนี้ ที่ไม่ควรเป็นหัวหน้าคน

1.เจ้านาย ทรงอำนาจ เจ้านายประเภทนี้ จะดีแต่ออกคำสั่ง มักแสดงพฤติกรรม การใช้อำนาจขณะทำงานหร…