Home ข้อคิด หากวันหนึ่งเราแก่เฒ่าไป แล้วใครเล่าจะเลี้ยงดู (อ่ านแล้วจะเข้าใจ)

หากวันหนึ่งเราแก่เฒ่าไป แล้วใครเล่าจะเลี้ยงดู (อ่ านแล้วจะเข้าใจ)

7 second read
0
0
33

ต้องเข้าใจก่อนว่า ในสมัยก่อนนั้นมีแนวคิดที่ว่า มีลูกเพื่อหวังจะให้พวกเขาเลี้ยงดูในย ามอายุมากขึ้น ในวัยที่ร่างก ายเริ่มโรยราดูแลตัวเองไม่ไหวแล้ว ซึ่งก็มักจะเป็นแบบนั้นจริงๆ แต่ว่าหากจะมองในความเป็นจริงแล้วมันยังจะใช้ความคิดแบบนี้ได้อยู่ไหม “ มีลูกไว้ ตอนแก่จะได้มีคนเลี้ยงดู ”

ซึ่งมันจะแปลได้อีกทางว่าหากลูกไม่ยอมเลี้ยง ดูคืออกตัญญูอย่างนั้นหรือ แบบนี้เป็นแนวคิดที่เห็นแก่ตัวของพ่อแม่ไปหรือเปล่า ในปัจจุบันนี้ก็มีคนวัยชรา หลายคนมากที่เข้ากับ ครอบครัวของลูกๆ ไม่ได้ บางทีความคิดแบบเดิมมันอาจจะต้องปรับแล้วก็ได้

ทำไมไม่คิดว่าอย ากจะให้ลูกเลี้ยงดูในตอนแก่เป็นการจะเอาสมัยก่อนกับปัจจุบัน มาเที่ยวกัน มันไม่ได้ ที่พ่อแม่มีลูกตั้งหลายคน ยังเลี้ยงได้ทำไมลูกเลี้ยง พ่อแม่บ้างไม่ได้

ซึ่งมันก็อาจจะน่าคิด แต่ลองมองถึงค่าครองชีพ และการใช้ชีวิต ของมนุษย์ในปัจจุบันสิมัน เหมือนสมัยก่อนงั้ นหรือ เรามีเรื่องราวน่าอ่ านและอย ากให้ทุกคนทำ ความเข้าใจตาม ทั้งในมุมของ คนเป็นพ่อแม่ และในมุม ของความเป็นลูก เรื่องราวมี

ดังนี้ มีคุณแม่คนหนึ่ง สามี จากไปนานแล้ว เธอสอนหนังสือหาเงิน เลี้ยงลูกชายจนโต เขาเป็นคนเชื่อฟัง ตั้งแต่ตอนเล็ก พอลูกโต เธอก็ส่งลูก ไปเรียนต่างประเทศ พอลูกเรียนจบก็อยู่ทำงานต่อที่ต่างประเทศ ทำงาน หาเงิน ซื้ อบ้าน แต่งงาน มีลูกหนึ่งคน สร้างครอบครัวที่แสนสุขตัวเธอเองคิดถึงประโยคที่ว่า

มีลูกจะได้มี คนเลี้ยงตอนแก่ คิดถึง สายตาอิจฉา ของญาติๆ และเพื่อนฝูง เธอมีความสุขจากใจ ระหว่างรอจดหมาย ตอบจากลูกชาย เธอก็จัดการเรื่องบ้าน และงานจนเรียบร้อยคืนสุดท้ายก่อนเธอจะเกษียณ เธอก็ได้รับจดหมายที่ส่งมาจากต่างประเทศของลูกชาย พอเปิดออกดูข้างในก็เป็นเช็คต่างประเทศ

ตีเป็นเงินไทยได้มูลค่าประมาณ 1 แสนบาท เธอรู้สึกแปลกใจมาก เพราะลูกชายไม่เคยส่งเงินให้เธอมาก่อน เธอรีบเปิดจดหมายออกอ่า นในจดหมายเขียนว่า “แม่ครับ พวกเราได้คุยกันแล้ว ตัดสินใจ และสรุปว่า พวกเราไม่ยินดี ให้แม่มาอยู่ด้วยกันที่นี่

ถ้าแม่คิดว่าแม่มีบุญคุณ ที่เลี้ยงดูผมมา คำนวณตามราคาตลาด ก็ประมาณเงินที่ผมส่งให้นี้ หวังว่าต่อไปนี้แม่จะไม่เขียนจดหมายมาอีก”แม่อ่า นจดหมายฉบับนั้น จบก็น้ำตาไหลพราก รู้สึกว่าตัวเองลำบาก เลี้ยงลูกคนเดียวมาตลอดชีวิต จากนี้ไปต้องอยู่อย่าง โดดเดี่ยว เธอรู้สึก แ ย่ มาก

จากแต่ก่อนที่ฝากความหวังทั้งหมดไว้กับลูกแต่มาตอนนี้กลับ ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ต่อมาเธอก็ศึกษาพระ พุ ท ธ ศ า ส น า หลังศึกษา เธอก็คิดได้ เธอใช้เงินที่ลูกได้มอบให้มาเอาไปเดินทาง เที่ยวรอบโลก ได้เรียนรู้โลกกว้าง ได้เห็นสิ่งใหม่ๆ มากมายหลังจากนั้นเธอ

จึงเขียนจดหมายหนึ่งฉบับ ถึงลูกชาย ในจดหมายว่าลูกรัก ลูกไม่อย ากให้แม่เขียน จดหมายมาอีกก็ถือซะว่าจดหมายฉบับนี้ เป็นข้อความเพิ่มเติมจากฉบับที่แล้วละกัน

แม่ได้รับเช็คแล้วและใช้เงินจำนวนนั้นไป เดินทางรอบโลก ระหว่างเดินทางท่องเที่ยว อยู่ๆ แม่ก็รู้สึกว่า แม่ควรขอบใจลูก ขอบใจที่ทำให้แม่เห็นอะไรทะลุปรุโปร่ง ปล่อยวาง ทำให้แม่ ได้เห็นว่าความสัมพันธ์ ในครอบครัว เพื่อน และคนรักไม่มีรากหยั่งลึก เปลี่ยนแปลงได้เสมอ

ถ้าวันนี้แม่ยังคิดไม่ตก ยังยึดติด ยังทุกข์อยู่ แม่คง สิ้ น ลมหายใจ ไปภายในปีครึ่งปี การปฏิเสธของลูก ทำให้แม่ได้ เห็นว่าคนเรามีวาสนา ก็ได้เจอหมดวาสนาก็จากกัน ทุกอย่างไม่เที่ยงแท้ทำให้แม่เรียนรู้ที่จะสงบและใจเย็น มองทุกอย่าง ในเชิงบวกแม่ไม่มีลูกแล้ว ไม่มีอะไรให้เป็นห่วง

เพราะงั้นแม่ถึงสามารถ อยู่ได้โดยไม่มีมัน “พ่อแม่ที่น่าสงส าร” คนเป็นพ่อแม่อย ากมอบสิ่งที่ดี ที่สุดให้ลูก แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่ได้รับกลับไม่ใช่ สิ่งที่ดีที่สุดมีคนกล่าวไว้ว่า บ้านของพ่อแม่คือบ้านของลูกตลอดเวลาบ้านของลูก ไม่เคยเป็นบ้านของพ่อแม่การให้กำเนิดลูกเป็นงานที่ต้องทำการเลี้ยงดูลูกเป็นภาระหน้าที่

การพึ่งพาลูกเป็นความเข้าใจผิด ช่างเป็นเรื่องราว ที่ไม่น่าฟังแต่ก็ไม่ฟังก็ไม่ได้ แม้ว่าไม่ใช่ลูกทุกคนจะเป็นแบบนี้ แต่คนเป็นพ่อแม่ไม่ควรคิดว่าแก่แล้วจะพึ่งพาลูกพูดกันตามตรง อย่าคาดหวัง อะไรจากลูกๆ แม้คุณจะเลี้ยงดูเขามาอย่างดีแล้วก็ตามต้องฝึกดูแลตัวเอง ลูกกตัญญูต่อ คุณถือเป็นบุญ ถ้าลูกกตัญญูไม่พอ

พ่อแม่ก็บังคับไม่ได้ วิธีที่ดีที่สุดคือ วางแผนชีวิตพึ่งพาตัวเองตอนแก่ไว้จากมุมมอง ของสังคม การมีลูกจะได้มีคนเลี้ยงตอนแก่เป็นความปรารถนาในใจ แต่ในยุคปัจจุบัน เศรษฐกิจ สังคม วัตถุนิยม วิถีการดำเนินชีวิต ที่เปลี่ยนไป สถานการณ์ ในปัจจุบันคือ คนยุคใหม่เปลี่ยนไป

คนอายุมาก ยังยึดติด การที่คนอายุมากยึดแนวความคิดว่ามี ลูกจะได้มีคนเลี้ยงตอนแก่ไม่เหมาะสมกับอีกต่อไป สิ่งที่ตามมาคือ ความผิดหวังบนความคาดหวัง ที่ไม่สามารถคาดเดาได้พ่อแม่ ทวงบุญคุณกับลูก ได้แต่มันไม่ใช่ลูกทุกคนที่มีศักยภาพพอ ที่จะดูแลพ่อแม่ได้ เพราะเพียงแค่ชีวิตและครอบครัว ของเรามันก็ต้องดูแลเช่นกัน

การวางแผนดูแลตัวเองตอนแก่ จึงเป็นสิ่งที่คนเป็นพ่อ แม่คนควรวางแผน และอย่าฝากความหวังทั้งหมดมาทิ้งไว้ ที่ลูกได้แล้ว มันไม่ใช่ความผิดของลูก ที่ดูแลคุณไม่ได้ แต่มันผิดที่ คุณที่ไม่ยอมดูแลตัวเองต่างหาก ฝากไว้ให้คิดกันนะ

ขอขอบคุณ b i t c o r e t e c h

Load More Related Articles
Load More By wansuk
Load More In ข้อคิด

Check Also

เจ้านาย 8 แบบนี้ ที่ไม่ควรเป็นหัวหน้าคน

1.เจ้านาย ทรงอำนาจ เจ้านายประเภทนี้ จะดีแต่ออกคำสั่ง มักแสดงพฤติกรรม การใช้อำนาจขณะทำงานหร…