Home ข้อคิด เทคนิคการขอขึ้นเงินเดือน “แบบมืออาชีพ” ที่ดูดีกับตัวคุณเอง

เทคนิคการขอขึ้นเงินเดือน “แบบมืออาชีพ” ที่ดูดีกับตัวคุณเอง

7 second read
0
0
41

1. ขอเงินเดือนเพิ่ม เมื่อถึงจังหวะ

จังหวะ ถือเป็นสิ่งสำคัญในการเจรจา ต่อรองไม่แพ้เรื่องไหนๆ หากคุณต้องการเจรจาขอเงินเดือนเพิ่มที่จริงก็เริ่มได้ตั้งแต่เมื่อคุณได้รับการตกลง สมัครรับเข้าทำงานในวันแรก นั่นจะเป็นการเจรจาเรื่องเกี่ยวกับเงินในครั้งแรกหลังจากนั้นก็จะมีช่วงเวลาที่คุณผ่านโปร ก็เป็นโอกาสที่สำคัญเช่นกัน

รวมไปถึงเมื่อถึงหมุดหมายสำคัญต่างๆ เวลาผ่านไป 6 เดือน 1 ปี หรือเมื่อจบโปรเจคใหญ่ๆ ได้สำเร็จ ถือเป็นจังหวะที่ดี แต่ควรมีการฝึกฝนโดยเคล็ดลับ การขอเงินเดือนเพิ่มให้ประสบความสำเร็จคือ

1. รอจนกว่าจะได้รับเข้าทำงานจริงๆ หรือผ่านช่วงเวลาที่สำคัญ

2. ศึกษาข้อมูล เกี่ยวกับรายได้ของอาชีพตัวเอง เปรียบเทียบเยอะๆ

3. ตั้งเงินเดือนที่คุณต้องการไว้ในใจ

4. ตั้งเป้าหมายในการเจรจา

5. หาเหตุผลและวัตถุประสงค์ ในการขอเงินเดือนเพิ่ม

6. ฝึกซ้อมเจรจา ด้วยการพูดคุยกับเพื่อน

2. ทำ ล า ย ความเชื่อที่ว่า เจ้านายจะรู้สึกไม่พอใจเมื่อมีการขอขึ้นเงินเดือน

หลายคนมักสร้างความกลัว ให้กับตัวเองไปก่อน เพราะคิดว่าการเจรจาเกี่ยวกับเรื่องเงิน จะทำให้เจ้านายหรือ HR ของบริษัทไม่พอใจในตัวคุณ จนเป็นการปิดโอกาสของตัวเองในการที่จะสร้างรายได้เพิ่ม อย่าลืมว่าคุณคือฟั นเฟืองที่สำคัญของบริษัท

คุณคือคนที่ทำงานเพื่อให้บริษัทเติบโตไปในวันข้างหน้าแล้วถ้าบริษัทอยากจะเติบโตไปพร้อมกับคุณ ถ้าคุณขอสิ่งใดกับบริษัทไปแล้วพวกเขาควรที่จะพิจารณาเพื่อที่จะดึงคุณไว้ให้อยู่กับบริษัทนี่คือวิธีการสร้างความเชื่อมั่นให้กับตัวเอง

เพื่อทำให้คุณมั่นใจและหากคุณสามารถ ตัดเหตุผลส่วนตัวต่าง ๆ ออกไปได้ การเจรจาจะราบรื่นแน่นอน

3. อย่าเพิ่งเจรจาถึงเงินเดือนที่ต้องการโดยตรง

อย่าเพิ่งบอกตัวเลขเงินเดือน ที่คุณต้องการโดยตรง เพราะนั่นอาจจะทำให้คุณได้เงินเดือนเพิ่มน้อยกว่าที่คุณควรจะได้จริง ๆ ก็เป็นได้ควรเจรจาถึงผลประโยชน์ที่ทางบริษัทจะได้รับเมื่อจ่ายค่าจ้างคุณเพิ่ม โน้มน้าวใจให้เขาเชื่อในตัวคุณเรื่องตัวเลขเงินเดือนมันเป็นเรื่องที่สามารถยืดหยุ่นได้

บางครั้งสวัสดิการอื่นๆที่จะได้รับก็อาจจะเหมาะสมกับคุณ กว่าและทางบริษัทอาจจะรู้สึกดีกว่าจ่ายเงินเดือนเพิ่มตรงๆ เช่นอาจจะขอทำงานจากที่บ้าน ขอวันหยุดเพิ่ม ขอทำงานแค่ 4 วันต่อสัปดาห์

หรือขอ ค อ ร์ ส เรียนต่างๆ หลายๆ อย่างที่คุณขออาจมีผลประโยชน์ทางภาษีที่ดีกว่าสำหรับบริษัท แต่หากคุณต้องการเงินเดือนเพิ่มจริงๆ ลองดูข้อต่อไป

4. พูดถึงเป้าหมายที่มีร่วมกันในอนาคต

วิธีหนึ่งที่ดี คือการพูดถึงเป้าหมาย ที่มีร่วมกันในอนาคต เหตุผลอะไรที่บริษัทและเจ้านายของคุณควรจะมีคุณไว้ซึ่งหากเราพูดคุยเจรจาวาดฝันเป้าหมายในอนาคตร่วมกันได้ละก็ จะทำให้เจ้านาย รู้สึกว่าคุณคือพวกของเขา ทีมเดียวกันกับเขา และคือคนที่อยากจะเติบโตไปพร้อมๆ กัน

การวาดเป้าหมายในอนาคตจะทำให้ตัวเจ้านายหรือเจ้าของบริษัทมั่นใจในตัวคุณ และมั่นใจในตัวเองด้วยว่าสิ่งที่เขาทำอยู่จะไปรอด เพราะมีคุณ เมื่อเขาเชื่อมั่นในตัวคุณแล้ว เงินเดือนที่คุณขอ อาจได้มากกว่าที่คุณต้องการอีกด้วย!

จงเป็นคนที่ทำงานดี มุ่งมั่นและทำให้ทุกคนเห็นคุณค่า ในตัวคุณ นี่คือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

5. ปรึกษากับเพื่อนที่ทำงานในแวดวงเดียวกัน

แม้ว่าทางบริษัท หรือ HR จะมีกฏว่า ห้ามเผยแพร่เงินเดือนให้ผู้อื่นรับรู้ เพราะอาจเป็นเรื่องที่ทำให้แต่ละฝ่ายไม่สบายใจได้ แต่คุณควรพูดคุยกับคนในอุตสาหกรรมเดียวกันบ้างว่าได้เงินเดือนเท่าไหร่

สวัสดิการเป็นอย่างไร เพื่อที่จะได้พิจารณา ถึงทางเลือกอื่นๆ ในชีวิตไว้บ้าง การมีข้อมูลในการต่อรองในหัวไว้เยอะๆ จะทำให้คุณสามารถเจรจาต่อรองได้ดี ขึ้นสิ่งที่ทำให้ฐานเงินเดือนของแต่ละคนต่างกัน คือ

สถานที่ในการทำงาน

ระดับการศึกษา

ใบรับรองจากสถาบันต่างๆ

ประสบการณ์ในการทำงาน

ตำแหน่ง

6. จังหวะที่ดีในการมองหาเงินเดือนเพิ่ม ก็ตอนที่คุณมีงานทำอยู่แล้วหรือได้รับข้อเสนอจากที่ใหม่

ไม่ควรเอาตัวเอง ไปอยู่บนความ เ สี่ ย ง และหากคุณเป็นคนทำงานที่เก่งทำงานดี เป็นที่นิยมชมชอบหรือเริ่มมีชื่อเสียงเพิ่มมากขึ้นในอุตสาหกรรม จนได้รับข้อเสนอจากที่ใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ง่ายมากในความเป็นจริงต่อให้คนไทยจะมี 70 ล้านคนแล้ว

แต่คนที่ทำงานในแวดวงเดียวกันย่อมรู้จักกันได้ง่ายโอกาสที่จะได้รับข้อเสนอจากบริษัทอื่นๆก็มีเสมอ หากคุณทำงานดีจริงๆคุณสามารถนำข้อเสนอ ที่ได้รับจากบริษัทอื่น มาใช้เจรจาต่อรองกับบริษัทปัจจุบันของคุณได้ส่วนใหญ่จะมีโอกาสได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้น

หากทางบริษัทเดิมของคุณอยากให้คุณอยู่ แต่ไม่ได้เสนออะไรเพิ่มเติมให้กับคุณการพิจารณาย้ายงาน อาจเป็นทางออกที่ดีก็ได้อย่าลืมว่า การยื้อทางวาจา ไม่ได้มีผลอะไรขนาดนั้น สหภาพแรงงานมีกฏหมายคุ้มครองคนทำงานอยู่แล้ว

หากคุณอยากลาออกหรือย้ายงานก็เป็นเรื่องที่สามารถกระทำได้ทันที (อาจมีระยะเวลาส่งมอบงาน 30 วันก่อนย้าย)

7. ความสุภาพ ความมั่นใจและเป็นมิตรจะช่วยเพิ่มโอกาสได้

ความสุภาพและเป็นมิตรถือเป็นโบนัสในการใช้ชีวิต สำหรับคนที่มีสิ่งนี้อยู่ในตัวอยู่แล้วเป็นซอฟท์สกิลที่ช่วยให้ผู้อื่นสบายใจเมื่อได้ร่วมงานด้วย

และมักได้ผลเสมอเมื่อเจรจาต่อรองกับผู้อื่นรวมไปถึงความมั่นใจ โปรดมอบความมั่นใจให้กับตัวเองไว้เสมอๆ เพื่อที่จะทำให้คุณกล้าเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆ ได้

8. มีแผนสำรองไว้เสมอ

สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคือ อาจไม่ใช่ทุกคน ที่ขอเงินเดือนเพิ่ม แล้วได้เงินเดือนเพิ่มเลยในทันทีหรือแม้แต่กระทั่งคุณอาจจะไม่ได้เงินเดือนเพิ่มเลยก็ได้ เนื่องจากว่าแต่ละบริษัท ก็มีเหตุผลของตัวเอง และในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้บางบริษัทก็อาจจำเป็นต้องรัดเข็มขัดการใช้จ่ายของตัวเองให้ดีที่สุด

แผนสำรองที่คุณควรมองหาไว้ในกรณีขอเงินเดือน ไม่สำเร็จไม่คาดหวังกับเงินเดือนที่จะได้เพิ่มมากเกินไป หางานในตำแหน่งเดียวกัน จากบริษัทอื่นหารายได้เสริม ทำธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ให้ตัวเองประหยัดเงินเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้มีเงินนำไปใช้ลงทุนอย่างอื่นได้

นี่คือ 8 คำแนะนำ ในการขอเงินเดือนเพิ่ม ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้ การทำงานที่ดีควรมีการวางแผนการเจรจาต่อรองเงินเดือนก็เช่นกัน อย่าลืมว่าต้นทุนทางเวลาเป็นเรื่องสำคัญมาก

หากคุณเจรจาต่อรองตั้งแต่วันนี้ ก็อาจจะทำให้คุณมีเงินมาใช้จ่ายเพิ่มโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเลย ก็ได้สกิลการต่อรองถือเป็นสกิลที่มีมูลค่ามหาศาลมากในยุคนี้ อย่าลืมฝึกฝนเอาไว้นะ

ขอขอบคุณ g e l e n d i n g

Load More Related Articles
Load More By wansuk
Load More In ข้อคิด

Check Also

เจ้านาย 8 แบบนี้ ที่ไม่ควรเป็นหัวหน้าคน

1.เจ้านาย ทรงอำนาจ เจ้านายประเภทนี้ จะดีแต่ออกคำสั่ง มักแสดงพฤติกรรม การใช้อำนาจขณะทำงานหร…