Home ข้อคิด เทคนิคเก็บเงินง่ายๆ แถมยังได้มีเงินเยอะขึ้น (แค่ลงมือทำก็มีเก็บได้)

เทคนิคเก็บเงินง่ายๆ แถมยังได้มีเงินเยอะขึ้น (แค่ลงมือทำก็มีเก็บได้)

8 second read
0
0
72

ถ้าให้เปรียบเทียบระหว่างการเก็บเงิน กับการใช้เงินแล้ว การเก็บเงินนั้นยากยิ่งกว่าครับ เพราะว่าทุกบาททุกสตางค์ สำหรับใครหลายคนนั้นอาจจะจำเป็นและมีค่ามากๆ

ซึ่งหลายท่านต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ลำพังกว่าจะหามาได้ ยังจะไม่พอใช้จ่ายอยู่แล้วอย่าให้พูดถึงเรื่องเก็บออมเลยครับ

แต่ถ้าใครจะทำการออมเงินให้มันเป็นเรื่องง่ายได้ก็เป็นเรื่องที่ดีเช่นกันครับ และผมก็มีตัวอย่าง วิธีเก็บเงินง่ายๆ ที่จะหยิบยกมาฝากได้ศึกษากันครับ

1. เก็บเหรียญห้าบาทและสิบบาท

เงินเหรียญ ที่เวลาเราไปซื้อของต่างๆ แม่ค้าก็จะทอนมาห้าบาท สิบบาท ก็ว่ากันไป

ส่วนนี้แหละครับ ให้เราเก็บไว้ เอาไปหยอดใส่กระปุกวันละเล็กวันละน้อย

พอถึงสิ้นเดือนคุณอาจจะไม่เชื่อกับผลลัพท์ที่ได้

โดยเฉลี่ยแล้วจะได้ประมาณ 300-500 บาท ถ้าขยันๆ เก็บจริงๆ นะครับ

2. เก็บเงินวันละยี่สิบบาท

ใช่ครับวันละยี่สิบบาทนี่ล่ะครับ ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป โดยหักจากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันไว้

ลองคิดดูนะครับ วันละ 20 บาท / 1 เดือน จะเท่ากับ 600 บาท พอครบ 1 ปี จะได้เงินเก็บ 7,200 บาท

ถึงจะเป็นจำนวนที่ไม่มาก แต่ถ้าเราไม่เก็บซักบาทเลย แน่นอนครับ เราก็ไม่มีเงินออมได้

3. เก็บเงินให้ได้หนึ่งร้อยบาทต่อสัปดาห์

เราอาจจะใช้วิธีกัน เงินออมไว้เลยครับสัปดาห์ละหนึ่งร้อยหรือสองร้อยบาท

ที่เหลือก็จะเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ครบเดือนเราก็จะมีเงินเก็บ 400-800 บาทแล้วนำไปฝากธนาคารไว้ก็ได้ครับ

4. เก็บแบงค์ห้าสิบบาท

ทำไมต้องเป็นแบงค์ห้าสิบบาทด้วยใช่ไหมล่ะครับ หลายท่านสงสัย นั่นก็เพราะว่าเวลาเราไปซื้อของ

หรือจ่ายค่าอะไรต่างๆ นานาแล้ว เราจะไม่ค่อยได้รับเงินทอนที่เป็นแบงค์ห้าสิบเลยน่ะสิครับ

ส่วนมากก็จะได้แค่แบงค์ยี่สิบบาทกับแบงค์ร้อยแล้วก็เหรียญต่างๆ ถ้าได้แบงค์ห้าสิบนี่คือนานๆ ที

ดังนั้น เราก็ควรเก็บไว้ครับ อย่างผมบางเดือนเก็บได้ถึงสิบยี่สิบใบก็มีครับได้ออมในจำนวนที่ไม่น้อยเลย

5. ส่วนลดและค่าธรรมเนียมต่างๆ

ทั้งจากการที่เราไปซื้อของแล้ว ได้ส่วนลดมา 5 % 15 % 20 % 50 % หรือฟรีค่าธรรมเนียมในการจ่ายบิลต่างๆ

ให้เราคืนส่วนลดพิเศษ นั้นคืนเข้าบัญชีเงินออมของเราครับ เพราะส่วนลดต้องนี้เราได้มาฟรีๆ

อย่างเช่น เราไปซื้อเสื้อผ้าจากป้ายราคา 590 บาท ลด 50 % เหลือ 295 บาท เราจ่ายไป 295 บาท

และเราก็ต้องหักอีก 295 บาทไว้ในบัญชีด้วยครับ นอกจากจะเป็นการเพื่อฝึกนิสัยในการออมเงิน

แล้วยังจะทำให้เราจะตระหนัก และรู้จักที่จะประเมิน ค่าใช้จ่ายของฟุ่มเฟือยไม่จำเป็นได้อีกด้วยครับ

6. เก็บเงินที่ได้จากการทำงานพิเศษ

เช่น บางคนที่ยังอยู่ในวัยเรียนช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ อาจจะออกไปทำงานพิเศษตามร้านพิซซ่า ร้านไอศกรีม

หรือร้านหนังสือต่างๆ ได้ค่าแรง ชั่ ว โมงละ 35-40 บาท หรือคนทำงานที่มีอาชีพเสริมเป็นฟรีแลนซ์ ทำงานอิสระ

ได้ค่าจ้างงานตามโปรเจค เมื่อได้เงินจากการทำงานพิเศษเหล่านี้ไม่ว่าจะมากจะน้อยเท่าไหร่ก็ตาม

ให้คุณเปิดบัญชีหนึ่งเก็บไว้เฉพาะเลยครับ ฝากเข้าเรื่อยๆโดยไม่ต้องไปเบิกถอน ทำเช่นนี้

นอกจากจะเป็นการเพิ่มรายได้ แล้วยังเป็นการเก็บเงินที่ได้ผลลัพธ์แบบเต็มเม็ด เต็มหน่วย

และยังได้เงินก้อนเร็วขึ้นครับการออมนั้นจะเป็นไปไม่ได้เลยครับ ถ้าเราไม่มีจิตใจที่ตั้งมั่น แน่วแน่

ขาดวินัย และไม่มีความสม่ำเสมอเอาชนะความอยากหรือ กิ เ ล ส ไม่ได้

ซื้อของตามใจที่อยากได้อยู่แบบนี้เงินออมก็จะไม่เกิดครับ

ขอขอบคุณ m o n e y h u b

Load More Related Articles
Load More By wansuk
Load More In ข้อคิด

Check Also

เจ้านาย 8 แบบนี้ ที่ไม่ควรเป็นหัวหน้าคน

1.เจ้านาย ทรงอำนาจ เจ้านายประเภทนี้ จะดีแต่ออกคำสั่ง มักแสดงพฤติกรรม การใช้อำนาจขณะทำงานหร…