Home ข้อคิด แค่มี 7 นิสัยนี้ คุณก็เป็นเศรษฐีได้แล้ว

แค่มี 7 นิสัยนี้ คุณก็เป็นเศรษฐีได้แล้ว

16 second read
0
0
56

เห็นตำราหลายเล่ม บอกถึงการจัดการเงินของคนรวย เลยมีคนชอบถามมาว่า “ถามจริงๆ คนรวยเค้าจัดการเงินอย่างที่พูดรึปล่าว”

ก็เลยค้นหาจาก g o o g l e พบงานวิจัย “7 นิสัยพึงมี….ถ้า อยากรวย”งานวิจัยนี้จัดทำโดย โธมัส สแตนลีย์ ผู้สัมภาษณ์ “เศรษฐีข้างบ้าน” มาแล้ว 1,100 คน

พบว่า “คนที่รวยจริงๆ”อาจมีวิธีสร้างตัวต่างกันแต่กลับมีนิสัยเหมือนกัน 7 ประการต่อไปนี้

1. เลือกอาชีพที่ “ใช่”

“เจ้าของเงินล้าน” อาจมีอาชีพหลากหลาย แต่สำคัญมันต้องเป็นอาชีพที่ “ใช่” สำหรับเขาเท่านั้น จริงอยู่ที่ผู้ประกอบการ มีโอกาสเป็น “เจ้าของเงินล้าน” เร็วกว่าคนทั่วไป 4 เท่า

แต่กระนั้นก็ไม่พบว่ามีธุรกิจประเภทหนึ่งประเภทใดที่จะประสบความสำเร็จ มากกว่าประเภทอื่นๆ สรุปว่าความร่ำรวยมาจากลักษณะนิสัยของพวกเขา มากกว่าประเภทธุรกิจที่เลือกทำ

ซึ่งข้อนี้ต่างจากที่พวกเราชอบทำกันคือ เลือกอาชีพที่นิยมมากกว่าอาชีพที่ใช่ อย่างเช่น ช่วงร้านกาแฟบูม ก็แห่กันเปิดร้านกาแฟจนเต็มไปหมด ในที่สุดหลายๆร้านก็ต้องพับกระเป๋ากลับบ้านขาดทุนกันไป

2. มุ่งสร้างตัวด้วยสองมือเปล่า ไม่สนใจมรดกหรือการสนับสนุนจากพ่อแม่

80% ของ “เจ้าของเงินล้าน” สร้างเงินล้านด้วยมือเขาเองล้วนๆ น้อยคนที่จะพี่งพาพ่อแม่หรือเฝ้ารอมรดกยิ่งเริ่มต้นจากมือเปล่า

พวกเขาก็ยิ่งแกร่ง เจ้าของเงินล้านส่วนใหญ่สามารถยืนได้บนลำแข้งของตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อย

3. ทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ไปกับการวางแผนสร้างตัว

“เจ้าของเงินล้าน” มักใช้เวลา เฉลี่ยวันละ 8 ชั่ ว โมงต่อเดือนกับการวางแผนชีวิต ขณะที่คนทั่วไปใช้เวลาคิดแต่เรื่องหา…ความสุข

หลายคนเมื่อพูดถึงเรื่องการวางแผนการเงินมักจะบอกว่าไม่มีเวลาทั้งที่จริงๆ ใช้เวลาน้อยมาก ไม่กี่นาทีในแต่ละวัน แต่กลับมีเวลาเดินตลาดเพื่อใช้จ่ายเงินวันละกว่า ชั่ ว โมง

4. ให้ความสำคัญกับอิสรภาพทางการเงินมากกว่าสถานะทางสังคม

“เจ้าของเงินล้าน” ตัวจริงชอบใช้ชีวิตแบบชนชั้นกลาง อยู่ในบ้านขนาดพอสบาย ขับรถยี่ห้อทั่วๆ ไป ที่ใช้งานได้ดี พวกเขาไม่ชอบแข่งขันเอาหน้ากับใคร

จึงไม่ต้องมีหนี้ก้อนใหญ่ไว้คอยฉุดดึงชีวิตวันก่อนได้ไปร่วมบรรยายเรื่องการวางแผนการเงิน พบว่า สาเหตุหนึ่งของการมีหนี้เยอะ

คือการชอบเปรียบเทียบกับชาวบ้าน เห็นข้างบ้านมีอะไรแล้ว ต้องมีมากกว่า ดีกว่า ไม่รู้แข่งขันไปได้ประโยชน์อะไร

เพราะสุดท้ายคนที่ happy คือ คนขายของ ส่วนคนที่ทุกข์ คือ ตัวเราเอง

5. ใช้จ่ายอย่างมีเหตุผล

คนส่วนใหญ่ถึงทำงานหนัก กระเป๋าหนัก แต่มักใช้จ่ายหนักด้วยจึงรวยไม่สำเร็จ ตรงกันข้ามกับ“เจ้าของเงินล้าน” ที่ทั้งทำงานหนัก กระเป๋าหนัก แต่คิดหนักด้วยเมื่อใช้จ่ายเปรียบคนทั่วไปเป็นนักฟุตบอลกองหน้าที่มุ่งแต่จะทำเกม จนเสียประตู

แต่คนรวยพวกนี้ให้ความสำคัญกับการ รั ก ษ า ประตูเท่าๆ กับการทำเกม ตัวอย่างง่ายๆ ที่เห็นได้ชัด คือ “The Latte Effect” : skip coffee and make money” เพียงแค่เราประหยัดกาแฟแพงๆ แก้วละ 100 บาทวันละแก้ว 1 ปีเราจะมีเงินเก็บ 36,500 บาท

แต่ถ้าเงินที่เก็บทุกวันเราสร้างผลตอบแทน ได้ 8%/ปี 1 ปีเราจะมีเงินเก็บ 38,000 บาท ถ้าเราเก็บอย่างนี้ไปได้เรื่อยๆ เพียง 10 ปีเราจะมีเงินออมที่เพิ่มจากการประหยัดกาแฟถึง 560,000 บาท

นี่แค่ประหยัดกาแฟ 1 แก้ว ถ้าเราประหยัดกาแฟได้ 2 แก้ว เราก็จะมีเงินเก็บ 1,120,000 บาทเลยทีเดียว เงินล้านมีได้ไม่ยากเลย เห็นมั๊ยครับ

6. มุ่งมองหาสิ่งที่ดีกว่าอยู่เสมอ

“เจ้าของเงินล้าน” ไม่ชอบลงทุน กับสิ่งไร้สาระ แต่จะลงทุนกับนวัตก ร ร มใหม่ๆ ที่จะทำให้เขาร่ำรวยขึ้น พวกเขาสนใจเรื่องหลากหลาย ตลาดใหม่ๆ ซอฟท์แวร์ดีๆ คำแนะนำเรื่องภาษี ก ฎ ห ม า ย
เทคโนโลยี ข่าวสาร การศึกษา ฯลฯ

สิ่งใดที่ทำให้ชีวิตเขาพัฒนา เขาก็พร้อมจะลงทุนกับมัน เราอาจเริ่มง่าย ๆ แค่ลดเวลาดูละครน้ำเน่าลงซักนิด แบ่งเวลามาอ่านหนังสือที่ดีมีประโยชน์ ติดตามข่าวสาร ทางเศรษฐกิจบ้าง แค่เดือนเดียวเราจะรู้สึกเลยว่า “เอ๊ะ เราฉลาดขึ้นนะเนี่ย”

7. สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกหลานพึ่งพาตัวเอง

อย่าให้ลูกหลาน มาผลาญเงินเราได้ ต้องสอนให้ลูกหลานหัดทำมาหากินด้วยลำแข้งตัวเอง มรดกที่ดีที่สุด ที่จะให้ลูกหลาน คือการศึกษา

เราต่างคุ้นเคยกับสุภาษิต “ให้ปลาฉันหนึ่งตัวฉันมีกินแค่หนึ่งวัน สอนฉันจับปลา ฉันมีกินตลอดไป” ถ้าเราให้แต่เงินลูกหลาน เมื่อเงินหมด ลูกหลานก็จะลำบากไม่รู้จะหากินอย่างไร

แต่ถ้าเราให้ความรู้ ลูกหลานก็จะพัฒนาหาเลี้ยงชีพได้ ต่อไปแต่ถ้าให้ดีขึ้นไปอีก ก็สอนลูกขายปลาด้วยเลย เพราะถ้ามีแต่ความรู้อย่างเดียว อาจต้องกินแต่ปลาตลอดชีวิต

ถ้ารู้จักขายปลา ก็จะสามารถเอาความรู้มาใช้หากิน ได้เงินมาซื้อ ห มู ไก่ กินได้เพิ่มขึ้นอีกดูนิสัย การจัดการเงินของคนรวยก็สมเหตุสมผลที่จะทำให้รวยได้

ยังไงก็ลองดูนะ เอาใจช่วยเสมอ ส่วนผมก็จะทำบ้าง อยากรวยเหมือนกัน

ขอขอบคุณ h o o n s m a r t

Load More Related Articles
Load More By wansuk
Load More In ข้อคิด

Check Also

เทคนิค 6 ข้อ วางตัวน่าเชื่อถือ คนรอบข้างไว้ใจ..อยากร่วมงานด้วย

หนึ่งในคุณสมบัติ ที่ผู้บริหารทุกคน ต้องมีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ก็คือ “ความน่าเชื่อถือ” …