Home ข้อคิด แม้จะมีหนี้แต่มีเงินเก็บได้ง่ายๆ..แค่ทำสิ่งเหล่านี้ให้ได้

แม้จะมีหนี้แต่มีเงินเก็บได้ง่ายๆ..แค่ทำสิ่งเหล่านี้ให้ได้

0 second read
0
0
32

หลายคน คงไม่เชื่อว่าถึง เป็นหนี้ก็ออมเงินได้ เพราะเมื่อเราเป็นหนี้เราคงมุ่งความสำคัญ

กับการเคลียร์หนี้ เคลียร์สินมากกว่า แต่จริงๆ แล้วทุกคนสามารถที่จะเก็บออม

มีเงินออมเงินเก็บได้แม้จะเป็นหนี้ ก็ตามบอกเลยว่าถึงเป็นหนี้ก็ออมเงินได้

1.ปรับตารางการเงินเสียใหม่

สำรวจรายรับรายจ่ายในแต่ละเดือนเพื่อให้รู้สถานะทางการเงินที่แท้จริง จะได้วางแผนใช้เงิน

และออมเงินได้เหมาะกับตัวเอง เพราะมีหลายคนที่ออมเงินไม่ตรงกับสไตล์การใช้ชีวิต

ทำให้เสียเงินไปกับเรื่องไม่จำเป็นและเป็นหนี้เพิ่มขึ้น เช่น บอกว่าให้ออมเงิน 10% ของเงินเดือน

ซึ่งถ้าหากคุณมีเงินเดือนประมาณ 1.5 หมื่นบาท แต่มีหนี้เกินกว่า 40% ของเงินเดือน

คือ 6,000 บาท เท่ากับเหลือเงินใช้ 9,000 บาท ซึ่งที่เหลือนี้คุณต้องจ่ายให้กับ

ค่าใช้จ่ายประจำในแต่ละเดือนอย่างค่าบ้าน 3,000 บาท ค่าโทรศัพท์ 600 บาท

ค่าน้ำค่าไฟ 800 บาท ส่งเงินให้ครอบครัว 2,000 บาท รวมๆ แล้วคุณเหลือเงินใช้ทั้งเดือน

เพียง 2,600 บาทเท่านั้น ซึ่งเมื่อต้องหักเงินออม 10% ของเงินเดือนก่อนที่จะใช้จ่ายอย่างอื่น

ก็เท่ากับว่าเงินในแต่ละเดือนของคุณ ติดลบและไม่พอใช้แน่นอน และอาจจะตามมา

ด้วยการเริ่มต้นเป็นหนี้ และคุณภาพชีวิตในแต่ละวันก็ไม่ดีด้วย

2.เปลี่ยนพฤติกรร มการใช้เงิน

สำรวจพฤติกรร มของตัวเองด้วยว่า มีอะไรที่เป็นอุปสรรคต่อการเก็บเงิน

อย่างเช่น ชอบใช้เงินเกินตัวจน เป็นสาเหตุที่ทำให้มีหนี้สิน มีนิสัยชอบสร้างหนี้

ชอบใช้ของเกินฐานะและเป็นของที่ไม่จำเป็น ซึ่งจะต้องแก้ไขพฤติกรร มเหล่านี้

โดยด่วน ตัดทอนการใช้จ่ายบางอย่างออกไป

3.เริ่มเก็บเงินจากจุดเล็กๆ

ช่วงเริ่มต้นที่เงินเดือนไม่มากและยังมีหนี้สินล้นพ้นตัว อาจจะต้องเริ่มเก็บเงินจากสิ่งเล็กๆ ก่อน

เช่น เงินเหรียญที่เหลือจากค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน หยอดใส่กระปุกออมสินเอาไว้ในทุกๆ วัน

หรือเก็บเศษของ เงินเดือนในแต่ละเดือน เช่น เงินเดือน 15,650 บาท

ให้เก็บเอาไว้ 650 บาท เป็นต้น เป็นการเริ่มต้นออมเงินอย่างง่ายๆ ที่ไม่ทำให้คุณต้องลำบากมากนัก

4.จัดการหนี้สินอย่างเป็นระบบ

อุปสรรคที่สำคัญอย่างหนึ่งของความมั่งคั่งก็คือหนี้สิน จึงต้องจัดการกับปัญหาหนี้สิน

ให้เป็นระบบก่อน กั ด ฟั น ใช้หนี้จำนวนน้อยๆ ก่อน จะได้ลดภาระหนี้สิน

ในเดือนต่อๆ ไปให้ลดน้อยลง เริ่มจากเมื่อได้เงินก้อนใหญ่อย่างโบนัส หรือ

เงินจากการทำงานพิเศษ ให้นำมาปิดหนี้สินที่มียอดน้อยๆ ก่อน ส่วนหนี้ที่มียอดสูงๆ

ก็จ่ายเพียงขั้นต่ำไปก่อนเพื่อประคองตัว จากนั้นเมื่อหนี้สินก้อนเล็กๆ หมดไป

ก็จะทำให้เหลือเงิน ในแต่ละเดือนเยอะขึ้น และค่อยทยอยจ่ายหนี้ก้อนใหญ่ต่อไป

5.ใช้เงินให้น้อยลง ประหยัดให้มากขึ้น

จากการประหยัดค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ เช่น ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น ประหยัดน้ำ

เพื่อลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าน้ำค่าไฟประจำเดือน ใช้โทรศัพท์แบบเติมเงินแทนการใช้รายเดือน

และใช้เท่าที่จำเป็น ซื้ อ กับข้าวมาทำเอง และทำอาห าร ไปกินที่ทำงาน

อร่อยแถมยังได้รับประทานอาห ารที่มีประโยชน์อีกด้วย เลือกซื้ อ ของ ล ด ร า ค า

แต่ต้องพิจารณาดูแล้วว่า เป็นของที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

ในการซื้ อ ของเข้าบ้านได้อีกเพียบ

6.แบ่งเงินใช้ในแต่ละวันให้พอดี

เช่น วันละ 350 บาท อย่าพกเงินติดตัวทีละเยอะๆ แต่ละวันหยิบเงินมาใช้แค่จำนวนพอดี

เพื่อบังคับให้ใช้เงินเท่าที่จำเป็นในจำนวนเงินที่มีอยู่ หลายคนเวลาเข้าร้านสะดวกซื้ อ

เพราะตั้งใจซื้ อ ของแค่อย่างเดียว แต่เมื่อเข้าไปในร้านก็อดไม่ได้ที่จะหยิบของชิ้นอื่นๆ เพิ่ม

ดังนั้น หยิบเงินไปแค่พอซื้ อ ของที่ต้องการก็พอ

7.หารายได้เพิ่ม

ถ้ารายได้น้อยไม่ค่อยพอกับค่าใช้จ่าย ต้องหารายได้เสริมเพื่อให้มีเงินมากขึ้น โดยอาจจะเริ่ม

จากงานเสริมพาร์ตไทม์ ช่วงเย็นหลังเลิกงานหรือช่วงเส าร์-อาทิตย์ หากมีความรู้พิเศษเฉพาะทาง

ก็สามารถรับงานฟรีแลนซ์มาทำได้ เพื่อให้มีเงินเพียงพอกับค่าใช้จ่าย เสริมสภาพคล่องในแต่ละเดือนให้มากขึ้น

8.ตั้งเป้าหมายในการออมเงิน

สัญญากับตัวเองไว้ว่าภายใน 1 ปีจะต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่ เพื่อที่จะได้มีแรงจูงใจในการเก็บเงิน

โดยอาจจะทำเป็นสมุดจดบันทึก เพื่อให้เห็นพัฒนาการของจำนวนเงินเก็บในแต่ละวัน

หรือแต่ละสัปดาห์เพิ่มมากขึ้นแค่ไหน และต้องเก็บเงินอีกเท่าไหร่จึงจะถึงเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้

ทำไปเรื่อยๆ ก็จะติดนิสัยรักการออมได้ในที่สุด

ขอขอบคุณ โ พ ส ต์ ทู เ ด ย์

Load More Related Articles
Load More By wansuk
Load More In ข้อคิด

Check Also

5 นิสัยมีติดตัวไว้ ชีวิตสบายขึ้นแบบไม่รู้ตัว

เมื่อชีวิตต้องเผชิญ กับมรสุมครั้งแล้วครั้งเล่า อาจทำให้หลายๆ คนถอดใจเรื่องการออมเงิน หันมา…