Home ข้อคิด 10 คำพูดของพ่อแม่ ที่เพิ่มพลังบวกให้กับลูกๆได้

10 คำพูดของพ่อแม่ ที่เพิ่มพลังบวกให้กับลูกๆได้

6 second read
0
0
21

พ่อแม่ทุกคน จึงพยายามที่จะพูดด้วยน้ำเสียง ที่นุ่มนวลและพูดแต่สิ่งดีๆ กับลูกโดยน้อยคนนักที่จะพูดจาสบถกับลูก

ซึ่งสิ่งหนึ่งที่รับรู้ได้มันคือสัญชาตญาณของคน เป็นพ่อและแม่แน่นอน ดังนั้นลองมาดูกันว่า 10 คำพูดดีๆที่ลูกอยากได้ยินจากพ่อแม่นั้นมีอะไรกันบ้าง

1.ลูกเป็น“เด็กดี”ของพ่อกับแม่

พ่อแม่ทุกคนควรทำความเข้าใจ ธรรมชาติของเด็กก่อนว่า เด็กทุกคนอยากได้รับคำชมเชย และได้ยินคำยืนยันจากพ่อแม่อีกสักครั้ง ว่าเขาเป็นลูกที่ดีพอหรือไม่

ดังนั้นหากลูกเป็นเด็กดีมีน้ำใจ น่ารักกับทุกคน พ่อแม่ก็ควรชมเชยลูกบ้างว่า “ลูกเป็นเด็กดีของพ่อและแม่มาก เพราะการที่เขาได้ยินคำพูดเหล่านี้

มันจะทำให้ลูกเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น และเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวอีกด้วย

2.พ่อกับแม่“ภูมิใจ”ในตัวลูกมากนะ

มันอาจมีบางอย่าง ที่ลูกทำให้พ่อแม่รู้สึกภูมิใจมากป็นพิเศษไม่ว่าจะเป็นการแสดง ความเป็นสุภาพบุรษ มีน้ำใจหรือแสดงความสามารถพิเศษให้เห็นอยู่เสมอ พ่อแม่ทุกคนควรลองนึกดูดีๆ ว่า จุดเด่นของลูกคืออะไร

แล้วสิ่งใดที่ทำให้พ่อแม่ภูมิใจ ในตัวเขาก็ใช้ช่วงเวลาดีๆ บอกให้ลูกได้รับรู้บ้างว่า “พ่อกับแม่ภูมิใจในตัวลูกมากน้อยแค่ไหน” เพราะคำพูดเพียงไม่กี่คำนี้ มันจะเปลี่ยนเป็นพลังและกำลังใจให้ลูกได้อย่างมหัศจรรย์ทีเดียว

3.พ่อกับแม่“รัก”ลูกมากนะ

แน่นอนว่าลูกคือดวงใจของพ่อแม่ แต่การที่ละเลย คำพูดง่ายๆ และมีค่าขนาดนี้ มันก็เป็นสิ่งผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่พอควร เพราะคนหลายคน ไม่มีโอกาสที่จะบอกรักลูก ในวินาทีสุดท้ายเลยด้วยซ้ำ ในทางกลับกันไม่ว่าจะเป็นลูกหรือพ่อแม่รวมไปถึงคนทุกคน ก็ควรให้ความสำคัญกับความรักและคำพูดไปพร้อมๆ กัน

ก่อนที่พ่อแม่จะไม่มีลูกให้บอกรักหรือลูกบอกรัก ในวันที่สายเกินไป ทั้งนี้อย่ามัวแต่แสดงความรักและเชื่อว่า ลูกรู้อยู่แล้วว่าพ่อแม่รักลูกมากแค่ไหน เพราะบางเวลาคำพูดก็สำคัญ ไม่แพ้การกระทำเช่นกัน ดังนั้นบอกรักลูกบ้าง เขาจะได้รู้ว่าจริงๆแล้วพ่อแม่รักลูกมากแค่ไหน

4.พ่อกับแม่“เชื่อมั่น”ในตัวลูกเสมอนะ

ช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อลูกเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ความเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างอาจเข้ามา จนพ่อแม่ตั้งตัวไม่ติด ลูกอาจสูญเสีย ความมั่นใจในการตัดสินใจหรือลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

หากใครเคยเจอปัญหาลูกอยู่ในช่วงสับสนแบบนี้ลองถามตัวเองดูว่า เคยสละเวลาบอกลูกบ้างหรือไม่ ว่า“พ่อกับแม่เชื่อมั่นในตัวลูกมากน้อยแค่ไหนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพ่อและแม่ก็จะอยู่ข้างลูกเสมอ”

5.พ่อกับแม่“สนับสนุน”ลูกเสมอนะ

พ่อแม่ทุกคนควรตระหนัก อยู่เสมอว่า “ลูกไม่ใช่เรา เราไม่ใช่ลูก”เพราะฉะนั้น อย่าเอาลูก ไปเปรียบเทียบกับตัวเองสมัยเด็กๆ บางอย่างที่พ่อแม่ชอบลูกอาจไม่ชอบ มุมมองที่ต่างกัน ถ้าไม่เข้าใจกันก็ทำให้มีปัญหากันได้ และถ้าหากเด็กบางคน ถูกบังคับมากๆ ก็จะรู้สึกว่า เขาไม่มีความเป็นส่วนตัวไร้อิสระ

ท้อแท้และไม่มีความมั่นใจในตัวเองขณะที่บางคน โตมาในครอบครัวนัก ก ฎ ห ม า ย แต่ต้องการเป็นนักเขียนหรือบางคนมีความต้องการ ใช้ชีวิตอย่างที่อยากเป็นไม่ว่า เขาจะเลือกเป็นอย่างไรหากสิ่งที่เขาตัดสินใจนั้นเป็นสิ่งที่ดีพ่อแม่ก็ควรสนับสนุนพวกเขาเพียงแค่บอกว่า“พ่อกับแม่ยังคงเข้าใจ และสนับสนุนลูกทุกเมื่อถ้าสิ่งนั้นมันเป็นสิ่งที่ดีและลูกต้องการ”

6.พ่อกับแม่“ยอมรับ”ในสิ่งที่ลูกเป็น

เมื่อลูกเริ่มโตขึ้นมากเท่าไหร่ เขา ยิ่งต้องการการยอมรับ จากพ่อและแม่มากขึ้นเท่านั้น ในความเป็นจริงแล้ว ลูกมักจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อ ให้พ่อแม่ยอมรับในตัวเขาไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตัดสินใจในความรักวัยเด็กหรือการกระทำต่างๆ ที่ลูกอาจมีพฤติกรรม เ บี่ ย ง เ บ น

แม้พ่อแม่จะอยู่คอยดูอยู่ห่างๆ และการที่ลูกรู้ว่าพ่อแม่ยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็นและเลือกแล้วนั้น แสดงให้เห็นว่าพ่อแม่ไม่ได้ละเลย แต่อย่างใด อีกทั้งยังคงรักและเข้าใจอยู่เสมอด้วย เพียงแค่พ่อแม่บอกกับลูกว่า“พ่อแม่เข้าใจและยอมรับลูกเสมอไม่ว่าลูกจะเป็นอย่างไรก็ตาม”

7.พ่อกับแม่“ขอโทษ”

บางครั้งการขอโทษ มันอาจจะเป็นสิ่งที่ยากที่สุด ที่จะพูดแล้วยิ่งคนส่วนใหญ่ มักให้ความสำคัญกับความเป็นพ่อและแม่ค่อนข้างสูงดังนั้นหากพ่อแม่ ทำผิดก็จะคิดกันแต่เพียงว่าพ่อแม่ไม่ควรที่จะขอโทษลูกยิ่งคนเป็นพ่อด้วยแล้วอาจจะยากขึ้นไปอีก

ที่จะกล่าวคำว่า “ขอโทษ” กับลูกอย่างไรก็ดีคำขอโทษจากพ่อแม่นั้น ลูกๆเองก็ควรมีเหตุผลและรู้จักบาปบุญคุณโทษด้วย เพราะลูกไม่มีสิทธิ์ที่จะขึ้นเสียง หรือออกคำสั่งกับพ่อแม่ ไม่ว่าจะประการใดก็ตาม ทั้งนี้การที่พ่อแม่กล่าวคำขอโทษกับลูก

เมื่อทำผิดพลาดนั้นไม่ได้หมายความว่าลูกจะดูถูกความเป็นพ่อเป็นแม่ ในทางกลับกัน การที่พ่อแม่ยอมรับและกล้าขอโทษxนั้น มันยังทำให้ทุกคนเรียนรู้ ที่จะเคารพตัวเองเพราะกล้าที่จะยอมรับในสิ่งที่ทำลงไป อีกทั้งยังเคารพความรู้สึกของผู้อืนด้วย

8.แม้เลิกกันแต่ลูกไม่ต้องเลือกรัก

ข้อนี้จะดีสำหรับครอบครัว ที่พ่อแม่มีเหตุที่ต้องเลิกลากันไปทำให้เด็กตกอยู่ในภาวะสับสน เลือกว่าจะต้องอยู่กับใครซึ่งในระหว่างช่วงเวลาสับสนกับการเลือกฝั่งของพ่อและแม่ แล้วลูกบางคนที่ตกอยู่ในเหตุการณ์แบบนั้นอาจจะต้องเลือกด้วยว่าจะรักใคร

ซึ่งพ่อแม่ส่วนใหญ่ มักจะกีดกันลูกไม่ให้เด็กพบอีกฝ่ายหนึ่ง เช่น หากลูกอยู่กับแม่ แม่มักจะสอนให้รักแม่แต่ เ ก ลี ย ด พ่อหรือหากอยู่กับพ่อก็ต้องรักพ่อ และ เ ก ลี ย ด แม่เป็นต้น ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือแม่

แม้ในที่สุดจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่ก็ไม่ควรบังคับลูก ให้รักใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น เพราะยังไงพ่อกับแม่ก็คือบุคคลที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา

9.ลูกคือ“คนสำคัญ”ของพ่อกับแม่นะ

จริงๆแล้วข้อนี้อาจเป็นคำที่สำคัญอันดับแรกๆเสียด้วยซ้ำเมื่อในความเป็นจริงแล้ว ลูกคือคนสำคัญและคนพิเศษ สำหรับพ่อแม่แต่จะมีสักกี่ครั้ง ที่พ่อแม่ได้บอกให้ลูกรับรู้จากปากของพ่อแม่เองบ้างเชื่อเถอะว่า หากได้พูดให้ลูกรู้สิ่งที่จะได้กลับมานั้นมันย่อมมีค่ามหาศาลมากกว่าเป็นไหนๆ

เพราะนั่นคือสายใยความรัก ระหว่างพ่อแม่ และลูกทั้ทั้งนี้พ่อแม่ทุกคนควรกอดลูกบ้าง โดยเฉพาะเมื่อลูกเริ่มโตขึ้น อย่าให้วัยที่เปลี่ยนไปมาทำให้ระยะห่าง พ่อแม่ลูกห่างกัน จนรู้สึกว่าการกอดนั้นเป็นเรื่องแปลก

ดังนั้นการกอดลูกแน่นๆ และบอกว่าเขาสำคัญมากแค่ไหนแม้จะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่มันจะเป็นความทรงจำ ที่คนเป็นพ่อแม่และลูกจะไม่มีวันลืมได้เลย

10.พ่อกับแม่“ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”…นะลูก

บางครั้งพ่อแม่อาจจะพูดอะไรบางอย่าง ที่ลูกฟังแล้ว รู้สึกเสียใจกับคำพูดเหล่านั้น ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว พ่อแม่อาจพูดไปโดยที่ไม่ได้คิดว่าลูกจะเสียใจกับสิ่งที่พูดออกไป

ดังนั้น หากพ่อแม่ทราบว่า ลูกเสียใจกับสิ่งที่ๆ ได้พูดออกไปก็ควรอธิบายให้เขาเข้าใจว่าหมายความว่าอย่างไรกันแน่ อย่าให้ลูกเข้าใจผิดๆ แต่ทางที่ดีก็ควรพูดจาให้ชัดเจนตั้งแต่แรกจะดีกว่า

ขอขอบคุณ m e o k a y n a

Load More Related Articles
Load More By wansuk
Load More In ข้อคิด

Check Also

จากชีวิตมีหนี้กองท่วมหัว สู้ชีวิต..จนมีเงินเก็บหลักแสน

ประสบการณ์ตรงจากชายคนหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า…ผมทำงานเป็นพนักงานขาย ในห้างดัง ตอนนั้นมีหนี้สินต…