Home ความรัก 10 เรื่องสำคัญที่คู่รักต้องคุยให้เคลียร์ก่อนจะตัดสินใจแต่งงานกัน

10 เรื่องสำคัญที่คู่รักต้องคุยให้เคลียร์ก่อนจะตัดสินใจแต่งงานกัน

9 second read
0
0
47

1. เข้าใจคำว่า “แต่งงาน” ว่าอย่ างไร?

สิ่งแรกที่เรา อย ากให้คุณคิดให้ตกและคุยกันก็คือ สำหรับคุณแล้วการแต่งงานคืออะไร? แต่สำหรับเราแล้ว

การแต่งงานไม่ได้เป็นเพียงการจัดงานเลี้ยงฉลองและประกาศอย่ างเป็นทางการว่า “เราเป็นสามีภรรย าแล้วนะ”

เท่านั้น แต่มันหมายถึงการเริ่มต้น ชีวิตคู่ที่แท้จริงและมีสิ่งใหม่ๆ อีกมากมายที่คุณจะต้องเรียนรู้ร่วมกันรออยู่ข้างหน้า

เพราะฉะนั้นถ้าคุณ คิดแบบเดียวกันอย่ างที่เราคิด เราก็อย ากให้คุณและคนรักลองคุยกันสักนิดว่า หลังจากที่

ชีวิตคู่เริ่มต้นแล้ว คุณจะต้องปรับตัวอย่ างไรกับความสัมพันธ์ที่พัฒนาไปอีกขั้น จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้ าง

หรือสิ่งไหนที่จะยังคงเดิม

เราเชื่ออย่ างหนึ่งว่า การแต่งงาน ไม่ใช่เป็นการบอกว่า “คุณจะได้เป็นเจ้าของกันและกัน” และเข้าไปยุ่งวุ่นวาย

ทุกอย่ างในชีวิตของเขาหรือเธอได้สบายเพราะถึงแม้ว่าคุณ จะแต่งงานกันแล้วก็ต้องเว้นระยะห่างในบางเรื่องให้

กันและกันบ้ าง มาถึงตรงนี้คุณอาจจะ ถามตัวเองและคนรักสักนิดว่าคุณทั้งคู่เข้าใจคำว่า “แต่งงาน” อย่ างไร?

2. อย ากมีลูกหรือเปล่า?

สิ่งที่อย ากให้คุยกันสำหรับ เรื่องเจ้าตัวเล็กก็คือ คุณทั้งคู่อย ากมีลูกหรือไม่?, จะพย าย ามปั๊มลูกกันหลัง

จากแต่งงานเลยไหม หรือจะรอสัก 1-2 ปี? และจะมีลูกกี่คนดี? การปรึกษาเรื่องนี้มีข้อดีไม่น้อยเนื่องจากคุณ

จะได้วางแผนการมีลูกได้อย่ างรอบคอบว่าควรเตรียม สุขภ าพ อย่ างไรให้พร้อมมีลูก หรือในทางกลับกันบางคู่

ก็จะได้รู้เหตุผลและทำความเข้าใจกันและกัน ว่าเพราะอะไรจึงไม่อย ากมีลูก จะได้ไม่ต้องทะเลาะกันในอนาคต

3. วางแผนเลี้ยงลูกให้ถูกทาง

ถ้าคุณสองคนตัดสินใจ กันเรียบร้อยแล้วว่า “จะมีลูกแน่นอน” ก็ควรจะเริ่มคุยกันได้เลยค่ะว่า อย ากให้ลูกโตขึ้น

ในสภาพแวดล้อมแบบไหน แต่ละคนมีวิธีการเลี้ยงลูกอย่ างไร บางคนรู้ตัวว่าชอบใจอ่อนกับลูก เทวดาตัวน้อย

ขออะไรก็ไม่กล้าขัดใจ ควรตกลงกันว่าต้อง มีคนที่ใจแข็งกับลูกบ้ าง มีอะไรที่ตามใจได้ อะไรที่ควรทำโทษ

หากเขาทำผิด และวิธีทำโทษควรเป็นอย่ างไรไม่ให้รุ น แร ง เกินไป ไม่เช่นนั้นเด็กอาจจะโตมาเป็นคนเอาแต่ใจ

ตัวเองและก้าวร้าว แบบนี้ต้องระ วั ง ให้ดี

4. บทรัก “บ น เ ตี ย ง”

เรื่องรักๆ ใคร่ๆ อย่ าอายที่จะพูดกันนะคะ เพราะเรื่องเซ็ ก ส์ ก็เป็นส่วนประกอบสำคัญของชีวิตคู่ไม่ต่าง

จากเรื่องอื่นๆ หลายคู่ไม่รู้ใจกันว่าคนรักชอบให้ทำแบบไหน เล้าโลมอย่ างไร ลีลาไหนที่จะช่วยให้ถึงฝั่งฝัน

จนกลายเป็นปัญหาใหญ่โตบางคนถึงกับออกไปหา ความสุขและความแปลกใหม่นอกบ้ าน ขาเตียงหั ก

รักร้าวกันไปหลายรายแล้วแต่ของแบบนี้ ต้องลองหาจังหวะพูดดีๆ นะ เพราะเผลอๆ คุยเสร็จก็อาจจะลอง

ทดสอบความชอบกันสักรอบเนอะ อิอิ!

5. “ศา ส น า” เรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องคุย

คู่รักคู่ไหนที่นับถือศา ส น าเดียวกันก็ใช่ว่าจะไม่เป็นปัญหานะคะ เพราะถ้าคุณนับถือกันคนละนิกาย วิธีปฏิบัติ

ก็อาจจะแตกต่างกันไปบ้ างรวมถึงคู่ที่นับถือคนละศา ส น าเราขอบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะจะมี

ผลกับคุณตั้งแต่การเตรียมงานแต่ง ไปจนถึงชีวิตของลูกเลยทีเดียวอย่ างแรกที่อย ากให้คุณคุยกัน ให้ชัดเจน

คือ พิธีแต่งงาน ต้องปรึกษากันว่าจะจัดพิธีอย่ างไร จัดกี่ศา ส นา จัดกี่วัน รวมถึงเตรียมตัวและซักซ้อม

สำหรับการเข้าพิธีที่คุณไม่คุ้นชินด้วยอย่ างที่สองคือ หลังจากแต่งงานไปแล้ว ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องเปลี่ยน

ศา ส น าหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน บางคนรักกัน อย ากแต่งงานแต่ไม่อย ากเปลี่ยนศา ส น า

เพราะฉะนั้นควรจะพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ชัดเจนตั้งแต่แรกอย่ างสุดท้ายคือถ้ามีลูกจะให้ลูกนับถือศา ส นา

อะไร บางบ้ านตัดสินใจให้เด็กเลยตั้งแต่ยังไม่เกิด บางบ้ านบอกว่ารอเด็กโตก่อนแล้วให้เขาเลือกเอง หาก

เป็นอย่ างหลังก็ต้องคุยกันอีกว่า ระหว่างที่เขายังไม่โตและไม่สามารถตัดสินใจเองได้ จะเลี้ยงเขาและพาเขา

เข้ารวมกิจก รรมศา ส น าอย่ างไรบ้ าง

6. เรื่องเงินๆ ทองๆ ไม่ควรละเลย

คนเราแต่งงานหนึ่ง ครั้งใช้เงินไม่ใช่น้อยๆ ควรเปิดใจพูดคุยกันว่าสภาพ การเงินหรือหนี้สินของคุณและคู่รัก

เป็นอย่ างไร สามารถแบ่งมาเป็นค่าสินสอด และใช้เป็นงบประมาณสำหรับ จัดงานแต่งได้เท่าไหร่ยิ่งไปกว่านั้น

หลังจากงานแต่งผ่านไปแล้วคุณและคนรักวางแผนการใช้เงิน กันอย่ างไร จะรวมเป็นกระเป๋าเดียวกันหรือ

จะแยกเงินใครเงินมันเหมือนก่อนแต่งงาน เรื่องนี้ก็ควรจะคุยกันให้ชัดเจน เพราะเรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร

หลายคู่เลิกกันไปเพราะเรื่องนี้ก็มีไม่น้อย

7. หากมีลูกติดต้องคิดให้หนัก

แน่นอนค่ะว่าความรัก ไม่เข้าใครออกใคร หลายคนพบรักกับคุณพ่อ-คุณแม่เรือพวงและกำลังจะตัดสินใจ

แต่งงานกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องตระหนักให้จงมั่นคือ คุณเข้ากับลูกของคนรักได้ดีแค่ไหน และเขามีท่าที

กับคุณเช่นไร ยอมรับให้คุณเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวหรือ แสดงอาการต่อต้าน คุณสามารถเติมเต็ม

สิ่งที่เขาข าด ได้หรือไม่และถ้าคุณมีลูกของตัวเอง คุณจะให้ความรัก กับเขาจนเขาไม่รู้สึกน้อยใจได้

หรือเปล่ารวมถึงถ้าคุณมีลูกติด และคนรักก็มีเช่นกัน หากจะแต่งงานด้วยกันสิ่งที่ต้องคิดให้มากกว่าปกติ

คือ ลูกของคุณทั้งคู่จะเข้ากัน ได้หรือไม่ต้องทำความเข้าใจกันให้ดีๆ เพราะความรู้สึกของเด็กก็สำคัญ

ไม่แพ้ความรักของพวกคุณทั้งสองคนเช่นกัน

8. จะเป็นพ่อบ้ าน แม่บ้ าน หรือจะยังทำงานทั้งคู่

เรื่องนี้เราเห็นมาบ่อย จากบุคคลใกล้ตัว บางคนแต่งงานแล้วลาออกจากงานประจำผันตัวไปเป็นแม่บ้ าน

อยู่กับเหย้ า เฝ้ากับเรือนแต่บางคนก็รัก ชีวิตการทำงาน ชอบการเป็นเวิร์กกิ้งวูแมนก็มี เราจึงอย าก

ให้คุณเคลียร์ให้ชัดเจนว่า แต่งงานไปแล้วคุณจะทำงาน เหมือนเดิมหรือจะออกมาเป็นแม่บ้ านพ่อบ้ าน

ถ้าเป็นอย่ างหลังก็ควรจะคิดต่อด้วยว่า คุณจะเอาเงินที่ไหนใช้ ของแบบนี้ถ้าคู่ชีวิตเลี้ยงดีก็สบายไป

แต่สำหรับบางคนก็คิด ว่าจะมัวแต่รอเขาส่งเงินให้อย่ างเดียวก็กระไรอยู่ อย ากทำงานหาเงินใช้เอง

จะได้พอมีอำนาจต่อรองในเรื่องต่างๆ บ้ าง ถ้าเป็นอย่ างนั้นเราก็อย ากให้คุณคิดไปอีกสเต็ปหนึ่งว่า

การดูแลความเรียบร้อยของบ้ าน จะทำอย่ างไร อาจจะแบ่งกันไปเลยว่าคุณผู้ชายรดน้ำต้นไม้

คุณผู้หญิงซักผ้า หรือจะจ้างแม่บ้ าน มาทำแบบนี้ก็สะดวกดี (อย่ าลืมตกลงเรื่องจ่ายค่าแรง

ให้แม่บ้ านด้วยนะ)อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องคิดไว้บ้ างก็คือ ถ้าคุณมีลูก คุณจะลาออกจากงานมาเลี้ยงลูก

หรือไม่ หรือจะฝากให้ปู่ย าต าย ายช่วยเลี้ยงก็ควรจะต้องปรึกษาท่านด้วยนะ

9. ญาติฉัน ญาติเธอ เราเข้ากันได้ไหม

อีกหนึ่งองค์ประกอบของ ชีวิตคู่ที่หนียังไงก็ไม่พ้นก็คือ คนในครอบครัวของทั้งสองฝ่าย หลายคนรู้

ตัวเองว่าไม่สามารถเข้ากันได้กับญาติพี่น้องของคนรัก ก็แก้ปัญหาด้วยการย้ ายออกมาเป็นครอบครัวเดี่ยว

ถึงวันหยุดหรือเทศกาลสำคัญก็ค่อยกลับไปเยี่ยม ดีกว่าที่จะต้องเจอหน้ากันทุกวัน ลดการกระทบกระทั่ง

กันให้น้อยลง หรือบางคนที่ผู้ใหญ่รักผู้ใหญ่หลงก็ย้ ายเข้าไปอยู่ด้วยกันซะเลย ญาติพี่น้องเอ็นดูแบบนี้

ก็สบายไปอีก ลองปรึกษากับคนรักดูว่าคุณเป็นอย่ างแรกหรืออย่ างหลัง แล้วค่อยๆ หาทางแก้ปัญหา

กันไป ชีวิตหลังแต่งงานจะได้ไม่มีปัญหามากมาย

10. เรือนหอของเราจะเอาแบบไหน

ข้อสุดท้ายที่อย ากให้ตกลง คุณกันตั้งแต่ก่อนแต่งงานก็คือ “แต่งกันแล้วจะไปอยู่ที่ไหน”

(ฟังดูเหมือนไม่มีที่ไป!) บางคนย้ ายไปอยู่บ้ านผู้ชาย บางคนย้ ายไปอยู่บ้ านผู้หญิง แบบนี้ก็ต้อง

ดูธรรมเนียมและประเพณีของแต่ละครอบครัวด้วย เช่น ครอบครัวคนจีนมักจะให้สะใภ้ย้ ายเข้าไป

อยู่บ้ านสามี เป็นต้น ส่วนใครที่ตั้งใจจะย้ ายเข้าเรือนหอใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบ้ านหรือคอนโดก็ควร

ตกลงกันดีๆ ว่าจะตกแต่งบ้ านให้เป็นสไตล์ไหน ถ้าฝ่ายหญิงชอบสีชมพูฟรุ้งฟริ้ง แต่ฝ่ายชายชอบสีดำ

ดีพดาร์ก แบบนี้ก็ตกลงกันคนละครึ่งทางนะจ๊ะ อาจจะเป็นชั้นล่างสีชมพู แล้วชั้นบนสีดำ ก็ว่ากันไปตาม

ที่สบายใจแล้วกัน

10 เรื่องที่ว่ามานี้ไม่จำเป็นจะต้องคุยกัน วันเดียวให้จบทุกเรื่องนะคะ อย่ างนั้นป ว ด หัวต ายไม่ต้อง

แต่งงานกันพอดีเอาเป็นว่าค่อยๆ คุยกันไปวันละเรื่อง วันนี้คุยไม่จบก็ยังมีพรุ่งนี้ให้คุยต่อ ไม่ต้องเร่งรัด

เร่งรีบมากมาย ที่สำคัญก็ คือคุยกันด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน ความรักจะยั่งยืนไม่แห้ ง เหี่ ย ว ไป

ตามกาลเวลาเนอะ

ขอบคุณที่มา p r a e w w e d d i n g

Load More Related Articles
Load More By wansuk
Load More In ความรัก

Check Also

20 วิธีก้าวพ้นความจน เพื่อชีวิตมีกินมีใช้ มีเก็บได้ภายใน 1 ปี

1.ตั้งเป้าหมาย ก่อนจะลงมือทำอะไรก็ตาม ต้องตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนก่อน เพราะถ้าไม่มีเป้าหมายก…