Home ข้อคิด 15 นิสัยของหัวหน้าเก่ง ที่ลูกน้องต้องการ..คนแบบนี้หายาก

15 นิสัยของหัวหน้าเก่ง ที่ลูกน้องต้องการ..คนแบบนี้หายาก

9 second read
0
1
306

1. หัวหน้างานที่ดีต้องมีความคิดที่ดีทั้งเรื่องงาน เรื่องคนทั้งต่อหน้าและลับหลัง

เริ่มต้นจาก “หัว” นั่นคือต้องมีความคิดที่ดีต่อคนรอบข้างและรู้จักคิดก่อนพูด ก่อนทำ หากเรามีหัวที่คิดดี พูดดี ทำดี พฤติกรรม เราย่อมสะท้อนด้านดี

เช่น การพูดชมหรือตำหนิก็ต้องคิดเพื่อใช้คำพูดให้เหมาะสม กับคนนั้น ๆ การพูดชม ก็ควรพูดต่อหน้าลูกน้องคนอื่นๆ

เพื่อให้เขาเห็นว่า หากเราทำดี หัวหน้าพร้อมชมเชยเสมอ แต่หากเป็นการตำหนิ ก็ควรเรียกมาคุยเป็นการส่วนตัว มากกว่าตำหนิต่อหน้าคนอื่น ๆ ให้เขาเสียหน้า เป็นต้น

2. หน้างานที่ดีต้องรู้จักยิ้มแย้มแจ่มใสต่อหน้าลูกน้องและคนอื่น ๆ ที่ร่วมงาน

คนบางคน อาจเป็นเสือยิ้มยากโดยพฤติกรรม แต่พฤติกรรมก็ย่อมสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอหากเราเข้าใจในบทบาทของการเป็นผู้นำ เพราะการเป็นผู้นำ ต้องเป็นคนที่สามารถเข้าถึงได้ในทุก ๆ คนทุก ๆ ระดับ ไม่มีอีโก้

ดังนั้น สิ่งที่จะลดอีโก้ตนเองได้นั้น ต้องรู้จักเป็นคนที่สดชื่น ยิ้มแย้มแจ่มใสอาจไม่ต้องถึงกับเป็นคนที่ตลก แต่ต้องทำให้ลูกน้องสบายใจที่จะเข้ามาพูดคุย ปรึกษาทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวเพราะเมื่อไหร่ ที่ลูกน้องกล้าที่จะเดินเข้ามาหา

ผมเชื่อว่าปัญหาย่อมคลี่คลาย ไม่ทำให้ปัญหามีผลกระทบต่อคน ๆ นั้น ในระยะยาว ซึ่งหน้าที่ของคนเป็นหัวหน้า ก็ต้องพร้อมแก้ไขปัญหาร่วมกันดังคำว่า มีสุข คูณ สอง แต่มีทุกข์ต้อง หาร สอง ครับ

3. หัวหน้างานที่ดีต้องหัดเป็นคนที่เปิดใจรับฟังสิ่งต่าง ๆ รอบตัว

การคิดคนเดียวย่อมได้ เพียงมุมเดียว แต่หากเรายอมเปิดใจฟังคนละเล็กละน้อย ข้อมูลในหัวเราย่อมมีมากขึ้นและนั่นย่อมทำให้เราได้ข้อมูลในการคิดวิเคราะห์ แยกแยะ ก่อนตัดสินใจ คนที่เป็นหัวหน้างานต้องกล้าเปิดใจฟังสิ่งต่าง ๆ จากคนรอบข้าง

เพื่อนำมาปรับใช้ ให้งานเดินหน้าต่อไป ถึงแม้บางครั้งฟังแล้วไม่ใช้ในตอนนี้แต่ใครจะรู้ว่า อนาคตอาจมีโอกาสหยิบมาใช้ก็ย่อมเป็นไปได้ อย่างน้องการฟังก็ทำให้เรามีความรู้ที่มากหากความรู้นั้น เป็นประโยชน์ ยกเว้น ความรู้ที่ไม่เป็นประโยชน์ต้องพร้อมดีดทิ้งในทันที

4. หัวหน้างานที่ดีรู้จักคิดก่อนพูด พูดในสิ่งที่ดี สร้างสรรค์

คนทุกคนมีปาก ที่จะพูดอะไร ก็ได้ตามใจเรา แต่หากเราเป็นผู้นำแล้วนั้น การใช้ปากตามใจเราย่อมทำไม่ได้ครับ เพราะหากตอนนั้นเรากำลังโมโหอยู่ แต่นำสิ่งที่ไม่ดีไปลงกับลูกน้องแบบนี้ลูกน้องที่ไหน ก็คงไม่อยากทำงานกับเรา จริงไหมครับ !!

ดังนั้น การใช้ปากต้องใช้ในทางที่ดี สร้างสรรค์ใช้ในการบอกเล่าประสบการณ์ ในการแนะนำ สอนงานต่อลูกน้อง หากลูกน้องคนนั้นไม่สามารถทำงานนั้นได้ ใช้ในการชื่นชมลูกน้อง ขอบคุณลูกน้องให้กำลังใจลูกน้องและให้คำแนะนำในการปรับปรุงตนเอง เป็นต้น แบบนี้ดีกว่าเยอะครับ

5. หัวหน้างานที่ดีต้องรักในงานที่ทำ พร้อมต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคที่เข้ามา

คนที่เป็นหัวหน้างาน ต้องมีใจรักในงานที่ทำซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เพราะหากเรารักในงานที่ทำใจเราพร้อมยืดหยัดต่อสู้ให้งานนั้นประสบความสำเร็จ

ซึ่งเราย่อมต้องถ่ายทอดความคิดนี้สู่ลูกน้องเราเพราะหากลูกน้อง เรามีใจรักในงานที่ทำทุกคน เขาย่อมเข้าใจและพร้อมต่อสู้ฝ่า ฟั น ปัญหาไปด้วยกัน

6. หัวหน้างานที่ดีต้องสามารถลงมือทำให้ลูกน้องเห็นเป็นแบบอย่าง ว่าเราสามารถทำได้

หากพูดอย่างเดียว แต่ไม่ทำ ใครเขาจะเชื่อครับเหมือนสุภาษิตที่กล่าวไว้ว่า 100 คำพูด ไม่เท่ากับ 1 การกระทำ ผมว่าจริงนะครับพูด แล้ว ทำ ย่อมทำให้ลูกน้องเห็นเป็นตัวอย่าง เช่น หากเราเป็นคนที่มาทำงานสายเป็นนิจแบบนี้จะกล่าวตักเตือนลูกน้องที่มาสาย

ก็ย่อมยากครับ ที่ลูกน้องจะเชื่อเรามันเข้าตัวแต่หากเรามาเช้าทุกวัน แบบนี้ลูกน้อง ก็คงเกรงใจ และไม่กล้ามาสายหรือหากมาสายเราจะเรียกมาคุยเพื่อปรับพฤติกรรม ลูกน้องคนนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ตะขิดตะขวงใจ

เพราะเป็นหน้าที่ของเราซึ่งลูกน้องคนนั้นคงไม่กล้าเถียง เพราะลูกพี่เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องที่ลูกน้องทำผิด พูด + ทำ ย่อมมีคุณค่าเสมอครับ

7. หัวหน้างานที่ดีต้องรู้จักใช้ภาษากาย ควบคู่กับคำพูด และน้ำเสียง ในการทักทาย

การสื่อส ารแบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ ภาษาพูด ภาษากาย และน้ำเสียงซึ่งหัวหน้างานที่ดี ควรนำทั้ง 3 แบบนั้นไปใช้พร้อม ๆ กัน เช่นหากมีลูกน้องที่อายุมากกว่า ก็ใช้การทักทาย โดยยกมือไหว้สวัสดีเมื่อลูกน้องคนนั้นเห็น เขาจะเกรงใจเราเนื่องจากเราให้เกียรติ ต่อเขาก่อน เป็นต้น

หรือหากเรามีลูกน้อง ที่อายุน้อยกว่าการไหว้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดเพราะประเทศไทยเราขึ้นชื่อว่า ยิ้มสวยและไหว้ สวยการ รั ก ษ า ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ไม่ใช่เรื่องผิดครับ แต่คนที่เห็นเขาจะนำไปยกย่องและชื่นชมนะครับ เรื่องดี ๆ ทำไปเถอะ !!

8. หัวหน้างานที่ดีต้องรู้จักเดินเข้าหาลูกน้อง เดินตรวจสอบการทำงาน เดินหน้าแก้ไขปัญหา และพาทีมไปสู่เป้าหมายเดียวกัน

การทำงาน หากหัวหน้านั่งอยู่บน หอคอยอันส่งเกียรติอย่างเดียว แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่างานนั้นเกิดปัญหาจากส่วนไหน

อ วั ย ว ะ ใน ร่ าง ก า ย ส่วนที่อยู่ต่ำที่สุด นั่นคือขา แต่ขาก็ทำให้เราสามารถโยกย้ายจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งหากเราใช้ขาในการก้าวเดินเสมือนทำงานย่อมต้องมีเป้าหมายครับ

การย่ำอยู่กับที่ไม่สามารถขับเคลื่อน ทีมงานไปสู่เป้าหมายได้ ซึ่งการจะไปสู่เป้าหมายได้ ก็ต้องกล้าเดิน แต่หากเดินแล้วผิดทางย่อมสามารถถอยหลังกลับ มาตั้งหลักได้เสมอ

คนเป็นหัวหน้างานต้องรู้จักเดินเข้าหาลูกน้อง รู้จักเดินดูหน้างานสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัว หากเจอปัญหาก็นำมาแก้ไข ไม่ปล่อยปัญหานั้นให้บานปลาย

อีกทั้งยังทำให้ลูกน้องสามารถสอบถามหรือขอคำแนะนำจากหัวหน้าได้ในทันที รู้แล้วก็เดินบ้างนะครับ จะได้แข็งแรง

9. หัวหน้างานที่ดีต้องมีความเชื่อมั่นต่อลูกน้อง และเชื่อมั่นต่อปัญหาว่า ทุกปัญหาย่อมมีทางออก

ความเชื่อ นับเป็นจุดเริ่มต้น ในการสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ โดยเฉพาะหากรับนโยบายจากผู้บริหารมาแล้วไม่มีความเชื่อการทำงานย่อมทำไปวัน ๆ ทำอย่างไร้เรี่ยวแรง และทำอย่างไม่มีความสุขเพราะ ส ม อ ง ถูกปิดกั้นเรียบร้อย จากความเชื่อที่คิดว่าทำไม่ได้และหากหัวหน้าท้อซะแล้ว

ลูกน้องย่อมท้อตามและสุดท้ายผลงานไม่ได้ ก็ถูกผู้บริหารตำหนิอีก คราวนี้ไปกันใหญ่เลยครับ ดังนั้น ความเชื่อนับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่เชื่อมทุกอย่าง แค่เราเปลี่ยนจากคำว่า ทำไม่ได้ เป็นเชื่อว่าเป็นไปได้และพร้อมคิดค้นหาวิธีการเชื่อมโยง เพื่อให้งานบรรลุเป้าหมายหากว่าผิดพลาด

ผมเชื่อว่าเราจะไม่เสียใจ เพราะทำเต็มที่ และพร้อมปรับเปลี่ยนแก้ไขผู้บริหารย่อมเข้าใจเสมอ แต่อย่าผิดพลาดในเรื่องเดิม ๆ นะครับ แบบนั้นตัวใครตัวมันครับ

10. หัวหน้างานที่ดีต้องเป็นคนที่ซื่อสัตย์สุจริตต่องานที่ทำ

ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน เป็นคำกล่าว ที่ผมเห็นด้วยมากๆ เพราะคนเราหากไม่ซื่อสัตย์แล้ว อยู่ที่ไหนก็ไม่เจริญ กลับกัน หากเราเป็นคนที่ซื่อสัตย์สุจริตอยู่ที่ไหน ใคร ๆ ก็อยากร่วมงาน

ดังนั้น หัวหน้างานที่ดีต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริตในทุก ๆ ด้าน ทั้งเรื่องตนเอง เรื่องงาน เรื่องครอบครัวและเรื่องสังคม เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกน้องต่อไป

11. หัวหน้างานที่ดีต้องเป็นคนตรงต่อเวลา มาเช้า กลับทีหลัง

เรื่องเวลาในการทำงาน นับว่าเป็นเรื่องวินัยของตนเองที่ต้องพึงกระทำเพราะทุกองค์กรย่อมมีเวลาเข้า เวลาออก ที่ชัดเจน โดยเฉพาะเวลาเข้าก็ควรมาล่วงหน้าอย่างน้อยสัก 30 นาทีก่อนเริ่มงาน

เพื่อเตรียมตัวเตรียมใจวางแผนในการทำงานเพื่อนำข้อมูลมาประชุมลูกน้องก่อนเริ่มงาน จะได้เข้าใจตรงกัน ใครมีข้อสงสัย มีปัญหา ก็ควรกันให้เรียบร้อยก่อนเริ่มงาน หากหัวหน้าทำแบบนี้ได้ทุก ๆ วันรับรองปัญหาจะน้อยลง และทำให้หัวหน้ามีเวลาไปคิดเรื่องงานให้มากขึ้น

ดีกว่ามานั่ง ป ว ด หั ว กับปัญหาคนในทุก ๆ วันครับ ส่วนการกลับทีหลัง อันนี้ก็สำคัญเพราะ เรามีความรับผิดชอบที่สูงกว่าลูกน้องก่อนกลับก็ตรวจสอบความเรียบร้อยของงาน จดบันทึกข้อมูล ความผิดพลาด ความสำเร็จของงานในแต่ละวันเพื่อนำมาประกอบในการพูดคุยกับลูกน้องในเช้าวันถัดไป ครับ

12. หัวหน้างานที่ดีต้องรู้จักคิดในเชิงป้องกันก่อนลงมือทำ

เหรียญย่อมมี 2 ด้านให้คิด การคิดก็มี 2 ด้านทั้งการคิดบวกและคิดลบ ซึ่งการคิดบวกเป็นสิ่งที่ดี ทำให้เราหมดทุกข์แต่หากไม่อยากทุกข์ ก็ต้องคิดลบ แต่เป็นการคิดลบในเชิงของการป้องกัน วางแผน ก่อนลงมือทำหัวหน้างานที่ดีนอกจากการเปิดใจรับฟังแล้ว ก็ต้องนำมาข้อมูลมาคิด มาวางแผน

ซึ่งการวางแผนก็ต้องมีการประชุมเพื่อหาข้อมูล ก่อนตัดสินใจ เพราะหากเราไม่อยากเสียเวลาแก้ไขก็ต้องวางแผนให้รอบคอบ รอบด้าน แต่การวางแผนเยอะเกินไป ก็ทำให้เราไม่กล้าลงมือทำผมยังเชื่อเสมอ คิดวางแผนสำคัญ แต่ไม่เท่าลงมือทำสำคัญกว่า

แต่หาก ไม่คิด ไม่วางแผน แล้วทำอย่างเดียว แบบนี้ เสียเวลาแก้ไขนานโข ครับคิด + วางแผน + ลงมือทำ + กล้ายอมรับผลกับสิ่งที่ทำ = ประสบการณ์ และเมื่อมีประสบการณ์แล้ว เราจะเห็นทางสว่างในอนาคตครับ

13. หัวหน้างานที่ดีต้องเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ยกตนข่มท่าน

คนที่อ่อนน้อม ถ่อมตน ใคร ๆ ก็รัก ใคร ๆ ก็เอ็นดู คนที่เป็นหัวหน้างาน เมื่อมีลูกน้องแล้วก็ต้องเป็นคนที่เข้าถึงง่าย ไม่โอ้อวดว่าเราใหญ่ เราเป็นหัวหน้างาน อีกทั้งการประพฤติตนเอง ต่อผู้บังคับบัญชาของเราก็ต้องให้เกียรติท่าน เสมือนเราเล่นบทบาทของผู้ตามเพื่อสร้างความไว้ เ นื้ อ เชื่อใจ

สร้างคุณค่า แต่ไม่ใช่ประจบสอพอนะครับ ใช้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ + พฤติกรรม ที่ดีเหนือฟ้า ยังมีฟ้านะครับ การอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นสิ่งที่ควรทำต่อคนรอบข้างทำให้เหมือนกัน ในทุก ๆ วัน แบบนี้ ย่อมได้ใจทั้งต่อผู้บังคับบัญชาเราและผู้ใต้บังคับบัญชา

และหากวันหนึ่งผู้บังคับบัญชาเรา ชื่นชมมา เราต้องให้เกียรตินั้นต่อ ลูกน้องของเรามากกว่าตัวเราเพราะ งานจะเกิดขึ้นได้ ต้องมีคนปฏิบัติ ให้เครดิตต่อลูกน้อง ลูกน้องจะมีกำลังใจทำงานต่อไปกลับกัน

หากผู้บังคับบัญชาตำหนิในผลงานลงมา หัวหน้างานที่ดี ต้องพร้อมรับแทนลูกน้องและนำข้อผิดพลาดนั้น มาประชุมกับลูกน้องเพื่อหาแนวทางแก้ไขต่อไปในอนาคต

สรุป

ทำดี = ให้เครดิตลูกน้อง

ทำผิดพลาด = รับหน้าแทนลูกน้องเสมอครับ

14. หัวหน้างานที่ดีต้องมีคุณธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เพื่อใช้ในการปกครองคน

คุณธรรม คือ สิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเรา หากเรามีคุณธรรมในใจเยอะทำสิ่งใด เราจะคิดก่อนทำ ผมฝากหัวหน้างานทุกคนให้มีคุณธรรม คือธรรมมะ ในการครองตนเอง เช่น

การถือศีล5

การยึดหลักพรหมวิหาร 4 (เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา)

คิดดี พูดดี ทำดี

มีความรู้ผิดชอบ ชั่ ว ดี

มีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ

ฯลฯ

15. หัวหน้างานที่ดีต้องคิดเสมือนเราเป็นเจ้าขององค์กร รู้จักทำงานเชิงรุกและมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำงาน

การที่องค์กรแต่งตั้ง เราขึ้นมานำคนอื่น ๆ นั้น เขาย่อมเห็นคุณค่าในตัวเราและคาดหวังให้เราช่วยคิด วางแผนในการขับเคลื่อนคน เพื่อให้เกิดผลของงานบรรลุ ตามเป้าหมายขององค์กร

ดังนั้น คนที่เป็นหัวหน้างาน จำต้องเข้าใจในบทบาท เข้าใจในสิ่งที่องค์กรกำลังก้าวเดิน เข้าใจวิสัยทัศน์ พันธะกิจ ขององค์กรและสามารถนำมาเป็นแผนงานที่สามารถเดินหน้าตามแผนได้ในทุก ๆ วันทุกเรื่องที่กล่าวมา ล้วนเป็น สิ่งที่คนเป็นหัว ต้องนำไปใช้ในการบริหารงาน บริหารคน

เพราะหากคนที่เป็นหัวหน้างานสามารถปฏิบัติได้ครบทุกข้อ คนที่เห็นย่อมเชื่อมั่น เชื่อถือและปฏิบัติตามโดยเฉพาะคนที่เป็นลูกน้อง เพราะหากเขามีหัวหน้างานที่ดีลูกน้องย่อมโชคดี ในการทำงานเพราะเขาสามารถเก็บเกี่ยว ความรู้ ประสบการณ์ และคุณธรรมในการนำไปใช้

เพื่อวันข้างหน้า หากเขาได้ขึ้นเป็นหัวหน้าย่อมสามารถการันตีว่าเขาย่อม เป็นหัวหน้างานที่ดีได้เช่นกัน จากแบบอย่างที่เคยเจอมา ผมเชื่อเสมอครับ หากเราจะเปลี่ยนแปลงคนอื่นได้นั้น เราต้องเปลี่ยนแปลงที่ตัวเราก่อน

ใช้ทั้งคำพูด + การกระทำ ในการทำให้คนรอบข้างเห็น และนำไปใช้

วันนี้ถามตนเองนะครับ เราเป็นสุดยอดหัวหน้างานที่ เก่งคิด เก่งงาน เก่งคน เก่งคุณธรรม หรือยัง

เชื่อผมเถอะ !!

ขอขอบคุณ d r f i s h.t r a i n i n g

Load More Related Articles
Load More By wansuk
Load More In ข้อคิด

Check Also

เจ้านาย 8 แบบนี้ ที่ไม่ควรเป็นหัวหน้าคน

1.เจ้านาย ทรงอำนาจ เจ้านายประเภทนี้ จะดีแต่ออกคำสั่ง มักแสดงพฤติกรรม การใช้อำนาจขณะทำงานหร…