Home ข้อคิด 15 ลักษณะหัวหน้าที่ดี เป็นตัวอย่างให้ลูกน้องเสมอ

15 ลักษณะหัวหน้าที่ดี เป็นตัวอย่างให้ลูกน้องเสมอ

9 second read
0
0
371

1. หัวหน้างานที่ดี ต้องหัดเป็นคนที่เปิดใจรับฟังสิ่งต่าง ๆ รอบตัว

การคิดคนเดียวย่อมได้ เพียงมุมเดียว แต่หากเรายอมเปิดใจฟัง คนละเล็กละน้อย ข้อมูลในหัวเราย่อมมีมากขึ้นและนั่นย่อมทำให้เราได้ข้อมูลในการ คิดวิเคราะห์ แยกแยะก่อนตัดสินใจ คนที่เป็นหัวหน้างานต้องกล้าเปิดใจฟังสิ่งต่าง ๆ จากคนรอบข้าง เพื่อนำมาปรับใช้ ให้งานเดินหน้าต่อไป

ถึงแม้บางครั้ง ฟังแล้วไม่ใช้ในตอนนี้ แต่ใครจะรู้ว่าอนาคตอาจมีโอกาสหยิบมาใช้ ก็ย่อมเป็นไปได้ อย่างน้องการฟังก็ทำให้เรามีความรู้ที่มาก หากความรู้นั้นเป็นประโยชน์ ยกเว้น ความรู้ที่ไม่เป็นประโยชน์ ต้องพร้อมดีดทิ้งในทันที

2. หัวหน้างานที่ดี รู้จักคิดก่อนพูด พูดในสิ่งที่ดี

สร้างสรรค์คนทุกคนมีปากที่จะพูดอะไร ก็ได้ตามใจเรา แต่หากเราเป็นผู้นำแล้วนั้น การใช้ปากตามใจ เราย่อมทำไม่ได้ครับเพราะหากตอนนั้น เรากำลังโมโหอยู่ แต่นำสิ่งที่ไม่ดีไปลงกับลูกน้องแบบนี้ลูกน้องที่ไหน ก็คงไม่อย ากทำงานกับเรา จริงไหมครับ !!

ดังนั้น การใช้ปาก ต้องใช้ในทางที่ดีสร้างสรรค์ ใช้ในการบอกเล่า ประสบการณ์ในการแนะนำ สอนงานต่อลูกน้อง หากลูกน้องคนนั้น ไม่สามารถทำงานนั้นได้ ใช้ในการชื่นชมลูกน้องขอบคุณลูกน้องให้กำลังใจลูกน้องและให้คำแนะนำในการปรับปรุงตนเองเป็นต้นแบบนี้ดีกว่าเยอะครับ

3. หัวหน้างานที่ดี ต้องมีความคิดที่ดีทั้งเรื่องงาน เรื่องคน

ทั้ง ต่อหน้าและลับหลัง เริ่มต้นจาก “หัว” นั่นคือต้องมีความคิดที่ดี ต่อคนรอบข้าง และรู้จักคิดก่อนพูดก่อนทำ หากเรามีหัวที่คิดดี พูดดี ทำดี พฤติกรรม เราย่อมสะท้อนด้านดี

เช่น การพูดชมหรือตำหนิก็ต้องคิดเพื่อใช้คำพูด ให้เหมาะสม กับคนนั้น ๆ การพูดชมก็ควรพูดต่อหน้า ลูกน้องคนอื่นๆ เพื่อให้เขาเห็นว่าหากเราทำดี หัวหน้าพร้อมชมเชยเสมอ

แต่หากเป็นการตำหนิ ก็ควรเรียกมาคุย เป็นการส่วนตัว มากกว่าตำหนิต่อหน้าคนอื่น ๆ ให้เขาเสียหน้า เป็นต้น

4. หัวหน้างานที่ดี ต้องเป็นคนที่ซื่อสัตย์สุจริตต่องานที่ทำ

ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน เป็นคำกล่าว ที่ผมเห็นด้วยมาก ๆ เพราะคนเราหากไม่ซื่อสัตย์ แล้วอยู่ที่ไหนก็ไม่เจริญ กลับกัน หากเราเป็นคนที่ซื่อสัตย์สุจริตอยู่ที่ไหน ใคร ๆ ก็อย ากร่วมงาน

ดังนั้น หัวหน้างานที่ดีต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริตในทุกๆ ด้าน ทั้งเรื่องตนเองเรื่องงานเรื่องครอบครัว และเรื่องสังคมเพื่อเป็นแบบ อย่างที่ดีให้ลูกน้องต่อไป

5. หน้างานที่ดี ต้องรู้จักยิ้มแย้มแจ่มใสต่อหน้าลูกน้องและคนอื่น ๆ ที่ร่วมงาน

คนบางคน อาจเป็นเสือยิ้ม ย า ก โดยพฤติกรรม แต่พฤติกรรม ก็ย่อมสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ หากเราเข้าใจในบทบาท ของการเป็นผู้นำเพราะการเป็นผู้นำ ต้องเป็นคนที่สามารถเข้าถึงได้ในทุก ๆ คนทุก ๆ ระดับ ไม่มีอีโก้ดังนั้น สิ่งที่จะลดอีโก้ตนเองได้นั้น ต้องรู้จักเป็นคนที่สดชื่นยิ้มแย้มแจ่มใส

อาจไม่ต้องถึงกับเป็นคนที่ตลก แต่ต้องทำให้ลูกน้องสบายใจ ที่จะเข้ามาพูดคุยปรึกษาทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวเพราะเมื่อไหร่ ที่ลูกน้องกล้า ที่จะเดินเข้ามาหา

ผมเชื่อว่าปัญหาย่อมคลี่คลาย ไม่ทำให้ปัญหามีผลกระทบต่อคน ๆ นั้น ใน ร ะ ย ะ ย า ว ซึ่งหน้าที่ของคนเป็นหัวหน้าก็ต้องพร้อมแก้ไข ปัญหาร่วมกันดังคำว่า มีสุข คูณ สอง แต่มีทุกข์ต้อง หาร สอง ครับ

6. หัวหน้างานที่ดี ต้องรักในงานที่ทำ

พร้อมต่อสู้ กับปัญหาและอุปสรรค ที่เข้ามาคนที่เป็นหัวหน้างาน ต้องมีใจรักในงานที่ทำ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เพราะหากเรารักในงานที่ทำใจเราพร้อมยืดหยัด ต่อสู้ให้งานนั้นประสบความสำเร็จ

ซึ่งเราย่อมต้องถ่ายทอด ความคิดนี้ สู่ลูกน้องเราเพราะหากลูกน้องเรามีใจรักในงาน ที่ทำทุกคนเขาย่อมเข้าใจและพร้อมต่อสู้ฝ่าฟั น ปัญหาไปด้วยกัน

7. หัวหน้างานที่ดี ต้องรู้จักใช้ภาษากาย ควบคู่กับคำพูด และน้ำเสียง

ในการทักทาย การ สื่ อ ส า ร แบ่งออกเป็น 3 แบบ คือภาษาพูด ภาษากาย และน้ำเสียงซึ่งหัวหน้างานที่ดีควรนำทั้ง 3 แบบนั้นไปใช้พร้อม ๆ กัน เช่นหากมีลูกน้องที่อายุมากกว่า ก็ใช้การทักทาย โดยยกมือไหว้สวัสดีเมื่อลูกน้องคนนั้นเห็น เขาจะเกรงใจเราเนื่องจากเราให้เกียรติต่อเขาก่อน เป็นต้น

หรือหากเรามีลูกน้องที่อายุน้อยกว่า การไหว้ก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะประเทศไทยเราขึ้นชื่อว่า ยิ้มสวย และไหว้ สวยการรักษ าขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ไม่ใช่เรื่องผิดครับ แต่คนที่เห็นเขาจะนำไปยกย่อง และชื่นชมนะครับ เรื่องดี ๆ ทำไปเถอะ !!

8. หัวหน้างานที่ดี ต้องรู้จักเดินเข้าหาลูกน้อง เดินตรวจสอบการทำงาน

เดินหน้าแก้ไขปัญหา และพาทีมไปสู่เป้าหมายเดียวกัน การทำงานหากหัวหน้านั่งอยู่บน หอคอยอันส่งเกียรติอย่างเดียวแล้วจะรู้ได้อย่างไร ว่างานนั้นเกิดปัญหาจากส่วนไหน อ วั ย ว ะ ใน ร่ า ง ก า ย ส่วนที่อยู่ต่ำที่สุด นั่นคือ ขาแต่ขาก็ทำให้เราสามารถโยกย้ายจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง

หากเราใช้ขาในการก้าวเดินเสมือน ทำงานย่อมต้องมีเป้าหมายครับการย่ำอยู่กับที่ไม่สามารถขับเคลื่อน ทีมงานไปสู่เป้าหมายได้ ซึ่งการจะไปสู่เป้าหมายได้ ก็ต้องกล้าเดิน แต่หากเดินแล้วผิดทางย่อมสามารถถอยหลังกลับมาตั้งหลักได้เสมอคนเป็นหัวหน้างานต้องรู้จักเดินเข้าหาลูกน้อง รู้จักเดินดูหน้างานสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัว

หากเจอปัญหาก็นำมาแก้ไข ไม่ปล่อยปัญหานั้นให้บานปลาย อีกทั้งยังทำให้ลูกน้องสามารถสอบถามหรือขอคำแนะนำจากหัวหน้าได้ในทันที รู้แล้วก็เดินบ้ างนะครับ จะได้แข็งแรง

9. หัวหน้างานที่ดี ต้องสามารถลงมือทำให้ลูกน้องเห็นเป็นแบบอย่าง

ว่าเราสามารถทำได้ หากพูดอย่างเดียว แต่ไม่ทำใครเขาจะเชื่อครับ เหมือนสุภาษิตที่กล่าวไว้ว่า 100 คำพูดไม่เท่ากับ 1 การกระทำ ผมว่าจริงนะครับพูด แล้วทำ ย่อมทำให้ลูกน้องเห็นเป็น ตัวอย่างเช่น หากเราเป็นคนที่มาทำงานสายเป็นนิจแบบนี้ จะกล่าวตักเตือนลูกน้องที่มาสายก็ย่อมย ากครับ ที่ลูกน้องจะเชื่อเรามันเข้าตัว

แต่หากเรามาเช้าทุกวันแบบนี้ ลูกน้อง ก็คงเกรงใจ และไม่กล้ามาสายหรือหากมาสายเราจะเรียกมาคุยเพื่อปรับพฤติกรรม ลูกน้องคนนั้นก็ไม่ใช่เรื่อง ที่ตะขิดตะขวงใจเพราะเป็นหน้าที่ของเรา ซึ่งลูกน้องคนนั้น คงไม่กล้าเถียงเพราะลูกพี่เป็นตัวอย่างที่ดี ในเรื่องที่ลูกน้องทำผิด พูด + ทำ ย่อมมีคุณค่าเสมอครับ

10. หัวหน้างานที่ดี ต้องเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน

ไม่ยกตนข่ม ท่านคนที่อ่อนน้อม ถ่อมตน ใคร ๆ ก็รัก ใคร ๆ ก็เอ็นดู คนที่เป็นหัวหน้างานเมื่อมีลูกน้องแล้ว ก็ต้องเป็นคนที่เข้าถึงง่าย ไม่โอ้อวดว่าเราใหญ่เราเป็นหัวหน้างานอีก ทั้งการประพฤติตนเอง ต่อผู้บังคับบัญชาของเราก็ต้องให้เกียรติท่านเสมือนเราเล่นบทบาท ของผู้ตามเพื่อสร้างความไว้ เ นื้ อ เชื่อใจสร้างคุณค่า

แต่ไม่ใช่ประจบสอพอนะครับ ใช้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ + พฤติกรรม ที่ดีเหนือฟ้ายังมีฟ้านะครับ การอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นสิ่งที่ควรทำต่อคนรอบข้าง ทำให้เหมือนกัน ในทุกๆ วัน แบบนี้ ย่อมได้ใจ ทั้งต่อผู้บังคับบัญชาเราและ ผู้ใต้บังคับบัญชา

และหากวันหนึ่ง ผู้บังคับบัญชาเรา ชื่นชมมาเราต้องให้เกียรตินั้นต่อลูกน้องของเรา มากกว่าตัวเราเพราะงานจะเกิดขึ้นได้ ต้องมีคนปฏิบัติ ให้เครดิตต่อลูกน้อง ลูกน้องจะมีกำลังใจทำงานต่อไป กลับกันหากผู้บังคับบัญชาตำหนิ ในผลงานลงมา หัวหน้างานที่ดี

ต้องพร้อมรับแทนลูกน้องและ นำข้อผิดพลาดนั้นมาประชุม กับลูกน้องเพื่อหาแนวทางแก้ไขต่อไปในอนาคต

11. หัวหน้างานที่ดี ต้องเป็นคนตรงต่อเวลา มาเช้า กลับทีหลัง

เรื่องเวลาในการทำงาน นับว่าเป็นเรื่องวินัย ของตนเอง ที่ต้องพึงกระทำเพราะทุกองค์กรย่อมมีเวลาเข้าเวลาออกที่ชัดเจน โดยเฉพาะเวลาเข้าก็ควรมาล่วงหน้าอย่างน้อย สัก 30 นาที ก่อนเริ่มงานเพื่อเตรียมตัวเตรียมใจวางแผนในการทำงาน

เพื่อนำข้อมูลมาประชุมลูกน้องก่อนเริ่มงาน จะได้เข้าใจตรงกันใครมีข้อสงสัย มีปัญหาก็ควรกันให้เรียบร้อย ก่อนเริ่มงาน หากหัวหน้าทำแบบนี้ได้ทุก ๆ วันรับรองปัญหาจะน้อยลงและทำให้หัวหน้ามีเวลาไปคิดเรื่องงานให้มากขึ้น ดีกว่ามานั่ง ป วด หัวกับปัญหาคนในทุกๆ วันครับ

ส่วนการกลับทีหลัง อันนี้ก็สำคัญ เพราะเรามีความรับผิดชอบที่สูงกว่าลูกน้องก่อนกลับก็ตรวจสอบความเรียบร้อยของงาน จดบันทึกข้อมูล ความผิดพลาดความสำเร็จของงาน ในแต่ละวันเพื่อนำมาประกอบในการพูดคุยกับลูกน้องในเช้าวันถัดไป ครับ

12. หัวหน้างานที่ดี ต้องมีคุณธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ

เพื่อใช้ในการปกครอง คนคุณธรรม คือ สิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเรา หากเรามีคุณธรรมในใจเยอะทำสิ่งใดเราจะคิดก่อนทำ ผมฝากหัวหน้างานทุกคนให้มีคุณธรรม

คือ ธรรมมะในการครองตนเอง เช่นการถือศีล5 การยึดหลักพรหมวิหาร 4 (เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา) คิดดี พูดดี ทำดี มีความรู้ผิดชอบชั่ วดี มีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ ฯลฯ

13. หัวหน้างานที่ดี ต้องมีความเชื่อมั่นต่อลูกน้อง

และเชื่อมั่นต่อปัญหาว่า ทุกปัญหาย่อม มีทางออกความเชื่อ นับเป็นจุดเริ่มต้น ในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ โดยเฉพาะหากรับนโยบายจากผู้บริหาร มาแล้วไม่มีความเชื่อการทำงานย่อมทำไปวัน ๆ ทำอย่างไร้เรี่ยวแรงและทำอย่างไม่มีความสุข

เพราะ ส ม อ ง ถูก ปิ ด กั้ น เรียบร้อยจากความเชื่อที่คิดว่า ทำไม่ได้และหากหัวหน้าท้อซะแล้ว ลูกน้องย่อมท้อตาม

และสุดท้าย ผลงานไม่ได้ก็ถูกผู้บริหารตำหนิอีก คราวนี้ไปกันใหญ่เลยครับ ดังนั้น ความเชื่อนับว่าเป็นสิ่งสำคัญ ที่เชื่อมทุกอย่าง แค่เราเปลี่ยนจากคำว่าืทำไม่ได้เป็นเชื่อว่าเป็นไปได้และพร้อมคิดค้นหาวิธีการเชื่อมโยงเพื่อให้งานบรรลุเป้าหมาย

หากว่าผิดพลาดผมเชื่อว่าเราจะไม่เสียใจ เพราะทำเต็มที่และพร้อมปรับเปลี่ยนแก้ไขผู้บริหารย่อมเข้าใจเสมอ แต่อย่าผิดพลาดในเรื่องเดิม ๆ นะครับ แบบนั้นตัวใครตัวมันครับ

14. หัวหน้างานที่ดี ต้องรู้จักคิดในเชิงป้องกันก่อนลงมือทำ

เหรียญย่อมมี 2 ด้านให้คิด การคิดก็มี 2 ด้านทั้งการคิดบวกและคิดลบ ซึ่งการคิดบวกเป็นสิ่งที่ดี ทำให้เราหมดทุกข์แต่หากไม่อย ากทุกข์ ก็ต้องคิดลบ แต่เป็นการคิดลบ ในเชิงของการป้องกัน วางแผน ก่อนลงมือทำหัวหน้างานที่ดีนอกจากการเปิดใจรับฟังแล้วก็ต้องนำมาข้อมูลมาคิด มาวางแผน

ซึ่งการวางแผนก็ต้องมีการประชุมเพื่อหาข้อมูลก่อนตัดสินใจ เพราะหากเราไม่อย ากเสียเวลาแก้ไขก็ต้องวางแผนให้รอบคอบ รอบด้านแต่การวางแผนเยอะเกินไป ก็ทำให้เราไม่กล้าลงมือทำผมยังเชื่อเสมอ คิด วางแผน สำคัญแต่ไม่เท่าลงมือทำ สำคัญกว่า

แต่หากไม่คิด ไม่วางแผน แล้วทำอย่างเดียว แบบนี้เสียเวลาแก้ไขนานโข ครับคิด + วางแผน + ลงมือทำ + กล้ายอมรับผลกับสิ่งที่ทำ = ประสบการณ์และเมื่อมีประสบการณ์แล้ว เราจะเห็นทางสว่างในอนาคตครับ สรุป ทำดี = ให้เครดิตลูกน้อง ทำผิดพลาด = รับหน้าแทนลูกน้องเสมอครับ

15. หัวหน้างานที่ดี ต้องคิดเสมือนเราเป็นเจ้าขององค์กร

รู้จักทำงานเชิงรุกและมีเป้าหมาย ที่ชัดเจน ในการทำงานการที่องค์กรแต่งตั้ง เราขึ้นมานำคนอื่น ๆ นั้น เขาย่อมเห็นคุณค่าในตัวเราและคาดหวัง ให้เราช่วยคิด วางแผนในการขับเคลื่อนคน เพื่อให้เกิดผลของงานบรรลุตามเป้าหมายขององค์กรดังนั้น คนที่เป็นหัวหน้างาน จำต้องเข้าใจในบทบาท

เข้าใจในสิ่งที่องค์กร กำลังก้าวเดิน เข้าใจวิสัยทัศน์พันธะกิจ ขององค์กรและสามารถนำมา เป็นแผนงานที่สามารถเดินหน้าตามแผนได้ในทุก ๆ วันทุกเรื่องที่กล่าวมา ล้วนเป็นสิ่งที่คนเป็นหัว ต้องนำไปใช้ในการบริหารงานบริหารคนเพราะ หากคนที่เป็นหัวหน้างานสามารถปฏิบัติได้ครบทุกข้อ

คนที่เห็นย่อมเชื่อมั่น เชื่อถือและปฏิบัติตามโดยเฉพาะคนที่เป็นลูกน้องเพราะหากเขามีหัวหน้างาน ที่ดีลูกน้องย่อมโชคดีในการทำงานเพราะเขาสามารถเก็บเกี่ยว ความรู้ ประสบการณ์และคุณธรรมในการนำไปใช้เพื่อวันข้างหน้าหากเขาได้ขึ้นเป็นหัวหน้า ย่อมสามารถการันตี ว่าเขาย่อมเป็นหัวหน้างานที่ดีได้เช่นกัน

จากแบบอย่างที่เคยเจอมา ผมเชื่อเสมอครับหากเราจะเปลี่ยนแปลงคนอื่นได้นั้น เราต้องเปลี่ยนแปลงที่ตัวเรา ก่อนใช้ทั้งคำพูด + การกระทำในการทำให้คนรอบข้างเห็น และนำไปใช้วันนี้ถามตนเองนะครับ

เราเป็นสุดยอด หัวหน้างานที่ เก่งคิด เก่งงาน เก่งคน เก่งคุณธรรม หรือยังเชื่อผมเถอะ !!

ขอขอบคุณ d r f i s h.t r a i n i n g

Load More Related Articles
Load More By wansuk
Load More In ข้อคิด

Check Also

เจ้านาย 8 แบบนี้ ที่ไม่ควรเป็นหัวหน้าคน

1.เจ้านาย ทรงอำนาจ เจ้านายประเภทนี้ จะดีแต่ออกคำสั่ง มักแสดงพฤติกรรม การใช้อำนาจขณะทำงานหร…