Home ข้อคิด “5 ความเชื่อผิดๆ เรื่องเงิน” ที่อาจทำให้คุณไม่รวยสักที

“5 ความเชื่อผิดๆ เรื่องเงิน” ที่อาจทำให้คุณไม่รวยสักที

4 second read
0
0
85

เชื่อหรือไม่ ว่าความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องการเงินนำพาให้ผู้คนเข้าสู่ความยากลำบากในการจัดการ การเงินของตนเองหลายคนรายได้ต่อเดือนเยอะแต่ปรากฎว่าไม่เคยเหลือเก็บ แถมเป็นหนี้เพิ่มอีก ขณะที่บางคนเงินเดือนต่อเดือนน้อยแต่กลับมีเงินเก็บเป็นกอบเป็นกำ แถมยังใช้ชีวิตได้อย่างสบายๆ

เมื่อเป็นเช่นนี้ เรามาทำความเข้าใจกับความเชื่อผิดๆ ทางการเงินกันดีกว่า เพราะถึงแม้ว่าคุณจะอยู่ในสภาวะยากลำบากทางการเงินแค่ไหน แต่ถ้ารู้ต้นเหตุของปัญหาและเริ่มจัดการให้เข้าที่เข้าทางโอกาสรอดในภาวะ วิ ก ฤ ต ของนั้นมีอย่างแน่นอน

1. ค่าใช้จ่ายเล็กๆ ที่กลายเป็นเงินก้อนใหญ่

คนที่มีฐานะร่ำรวยส่วนใหญ่ จะยอมเสียค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ เพียงแค่ครั้งเดียวเอาแบบเข้าใจง่าย ๆ คือ คนที่มีเงินและหาเงินได้เก่ง นั้นจะไม่ยอมเสียเงินหลักสิบบาทไปกับของที่ไม่จำเป็นอาทิ เช่น คุณยอมจ่ายค่ากาแฟทุกเช้าโดยให้เหตุผลกับตัวเองว่าแก้วละ 50 บาทเอง

หรือยอมจ่ายเงินดูหนังผ่านแอพเพราะคิดว่าเรื่องละ 100 บาทเอง แต่เชื่อไหมนี่คือค่าใช้จ่ายเล็กที่รวมแล้วเป็นเงินก้อนใหญ่ และคุณมักจะแปลกใจเสมอเมื่อถึงเวลาสิ้นเดือนว่าเงินคุณหายไปไหนคำนวณง่าย ๆ ถ้าคุณซื้อกาแฟดื่มทุกวัน วันละ 50 บาท 20 วันของการทำงาน

คิดเป็นเงิน 1,000 บาทขณะที่คุณบอกว่าขอดูหนังผ่านแอพฯ ทุกสุดสัปดาห์ เรื่องละ 100 บาทเอง และหนึ่งเดือนมีสี่สัปดาห์ รวมแล้วเป็นเงิน 400 บาทเท่ากับว่าคุณจ่ายเงินกับสิ่งที่คุณคิดว่าเป็นเงินนิด ๆ หน่อย ๆ ไปเดือนละ 1,400 บาท

ลองมองหารายจ่ายแบบนี้ รอบตัวคุณดูว่า มีอะไรลด ละ เลิก ได้บ้างไหมและเอาเงินเหล่านั้นมาเพิ่มเป็นยอดเงินฝาก น่าจะทำให้คุณมีบัญชีตัวแดงน้อยลง

2.ค่าบริการที่ไม่จำเป็นแบบรายเดือน

เอาเข้าจริงแล้ว สิ่งที่คนเราต้องการ นั้นมีเพียงแค่ปัจจัย 4 จริง ๆ คืออาหารที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่มและ ย า รั ก ษ า โ ร คเมื่อมีของเหล่านี้ครบแล้ว สิ่งที่เหลือก็เป็นของที่มากเกินจำเป็น หรือเป็นของที่อยากได้ตามจริตตนเอง

ไม่ว่าจะเป็นสมาชิก สตรีมมิ่งทีวี สตรีมมิ่งเพลง สมาชิกฟิตเนส เหล่านี้คุณต้องจ่ายเงินรายเดือน ปีแล้วปีเล่า แต่คุณได้ใช้จริงเท่าไรและคุ้มค่าหรือไม่ เมื่อเป็นแบบนี้คงต้องถึงเวลาสำรวจการใช้จ่ายที่ไม่เคยหยุดจ่ายได้เลยและหันมาเก็บรวบรวมเงินเหล่านั้นไว้ในบัญชีเงินฝาก เช่นเดียวกับรายจ่ายเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ได้จำเป็นต่อชีวิตในข้อแรก

3. ใช้ชีวิตอยู่กับการใช้เงินในอนาคต

ทุกวันนี้การใช้เครดิตการ์ด เพื่อซื้อของที่อยากได้ โดยไม่ยั้งคิดกลายเป็นเรื่องปกติ และหลายคนใช้วิธีจ่ายขั้นต่ำโดยที่ไม่ได้รู้ว่าดอกเบี้ยจากบัตรเครดิต ที่คุณจ่ายขั้นต่ำนั้นวิ่งไล่ตามหลัง เป็นเงาที่น่ากลัวขนาดไหนดังนั้น การหยุดใช้บัตรเครดิต เคลียร์หนี้บัตรเครดิตเสียให้หมด

จะเป็นทางรอดที่จะทำให้สถานการณ์การเงินของคุณดีขึ้น ขอให้จำไว้เสมอว่าการใช้ชีวิตด้วยการใช้บัตรเครดิต คือการใช้เงินที่คุณหามาได้นั่นแหละ และถ้ายังทำต่อไปโดยไม่หยุดยั้งคิด คุณจะไม่มีเงินเหลือเก็บเลยไม่แต่บาทเดียว

4. เปลี่ยนรถใหม่เป็นประจำ

ทุกวันนี้ใคร ๆ ก็ซื้อรถได้ เพราะไฟแนนซ์ให้คุณจ่ายได้ แม้แต่ผ่อนดาวน์ มีคนจำนวนน้อยมากที่สามารถซื้อรถโดยใช้เงินสดและคนส่วนใหญ่ ใช้มักจะผ่อนระยะยาวมากกว่า ในปัจจุบันผ่อนกันยาว ถึง 84 เดือนหรือ 7 ปี เพราะพวกเขาเห็นว่าดอกเบี้ยรถนั้นมีเปอร์เซน์คงที่

แถมไฟแนนซ์ยังคำนวนยอด ที่เท่ากันมาให้ดูทุกเดือน ทำให้ยอดนั้นดูไม่สูงมากนัก แต่ถ้าคำนวณดี ๆคนที่ตัดสินใจเลือกผ่อนรถยาว ขนาด 84 เดือน

ก็เท่ากับการซื้อรถในราคาที่แพงกว่าราคารถเกือบสองเท่าตัว ดังนั้น การซื้อรถจึงต้องคำนวณความจำเป็น ของการใช้งานของตนเองด้วย

เพราะรถหนึ่งคันมาพร้อมกับค่าน้ำมัน ค่าบำรุง รั ก ษ า ประกันภัย ซึ่งล้วนแล้วเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ทั้งสิ้น

5. หมดเงินไปกับบ้านมากเกินไป

เมื่อถึงช่วงอายุหนึ่ง หลายคน จะตัดสินใจซื้อบ้าน และ ส่วนใหญ่มักมองบ้านหลังใหญ่ มีพื้นที่เยอะแม้จะอยู่ชานเมืองหากแต่ไม่ได้มองว่าการใช้งานจริง นั้นมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน และมองว่าการซื้อบ้านคือการลงทุนเลยตัดสินใจซื้อหลังใหญ่ ๆ ไปเลย

ซึ่งหมายถึงการผ่อนต่อเดือนที่อาจจะเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ของรายรับ ถามว่าดีไหม คำตอบคือดีแน่ถ้าคุณมั่นใจว่างานที่ทำอยู่จะมั่นคงและหน้าที่การงานของคุณนั้น มีโอกาสก้าวหน้าต่อไปในอีก 10 ปีข้างหน้าเพราะเมื่อคุณซื้อบ้านหนึ่งหลัง

นั่นหมายความว่า คุณต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่ตามมากับบ้าน ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าส่วนกลาง ค่าบำรุง รั ก ษ า บ้านรวมไปถึงดอกเบี้ยบ้าน ที่วิ่งไล่ตามคุณทุกปี และไม่นับรวมการซื้อบ้านหลังใหญ่ชานเมือง โดยที่คุณต้องเดินทางเข้าเมืองเพื่อมาทำงานทำให้เวลาอยู่ที่ออฟฟิศของคุณ มากกว่าเวลานอนอยู่กับบ้าน

หรือต้องเสียค่าเดินทางเป็นเงินจำนวนมาก ดังนั้น การเลือกขนาดของบ้าน หรือที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิต รวมไปถึงการคำนวณค่าเดินทางจะทำให้คุณ เห็นความเป็นจริงว่าจะต้องใช้พื้นที่เท่าไร และทำอย่างไรให้ผ่อนบ้านโดยที่คุณไม่เดือดร้อน แม้ว่าชีวิตต้องเจอกับมรสุมทางการเงินก็ตาม

ขอขอบคุณ t o n k i t 3 6 0

Load More Related Articles
Load More By wansuk
Load More In ข้อคิด

Check Also

เจ้านาย 8 แบบนี้ ที่ไม่ควรเป็นหัวหน้าคน

1.เจ้านาย ทรงอำนาจ เจ้านายประเภทนี้ จะดีแต่ออกคำสั่ง มักแสดงพฤติกรรม การใช้อำนาจขณะทำงานหร…