Home ข้อคิด 6 แนวคิด การจะเป็นเถ้าแก่ ตั้งแต่ที่ยังเป็นลูกจ้าง

6 แนวคิด การจะเป็นเถ้าแก่ ตั้งแต่ที่ยังเป็นลูกจ้าง

9 second read
0
0
1,314

ปัจจุบันการที่จะ เริ่มต้นทำธุรกิจหรือ เป็นเถ้าแก่หน้าใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะประสบความสำเร็จ

เถ้าแก่หน้าใหม่จึงต้องมีการเตรียมตัวให้มาก ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาหาข้อมูล ในธุรกิจที่จะทำให้เข้าใจ

อย่ างถ่องแท้ และมีการวางแผนงานทางธุรกิจ ที่รอบคอบและชัดเจน จึงมีคำถามตามมาว่า การที่เรา

จะเป็นเถ้าแก่ได้นั้น ต้องทำอย่ างไร วันนี้จะนำเสนอ 6 แนวคิดในการก้าวสู่การเป็นเถ้าแก่ชั้นเทพ

ตั้งแต่ยังเป็นลูกจ้าง เพื่อเป็นแนวทางให้กับ บรรดาลูกจ้างทุกคน ที่อย ากผันตัวเองมาเป็นเถ้าแก่

บริหารธุรกิจด้วยตัวเองครับ

1.ริเริ่มความคิด

หากอย ากประสบความสำเร็จ แบบเถ้าแก่ เราต้องริเริ่มเป็น อาจจะริเริ่มความคิดใหม่โดยไม่ต้องมีใครมาสั่ง

องค์กรส่วนใหญ่ ชอบที่จะให้พนักงานของตน มีความคิดริเริ่มอยู่แล้ว ฝึกถามตัวเองบ่อยๆว่าถ้าบริษัทนี้

เราเป็นเจ้าของ เราจะทำอะไรแตกต่าง ไปจากเดิมบ้ าง หรือเราจะเริ่มต้นทำอะไรที่เรายังไม่เคยทำมาแล้วบ้ าง

แล้วลองนำความคิดนั้นไปลงมือทำ หากสามารถทำได้ภายใต้ ขอบเขตที่ตนเองมีอำนาจก็ทำเลย หากต้องการ

การอนุมัติก็นำไปหารือกับนาย

2.โน้มน้าวคนเป็น

ถ้าเราเป็นเถ้าแก่ เราต้องโน้มน้าว คนจำนวนมาก เช่น ลูกค้า นายธนาคาร พนักงาน ดังนั้น เราควรฝึก

โน้มน้าวคนตั้งแต่ตอนเป็นลูกจ้างฝึกสังเกตคนที่โน้มน้าว คนเก่งว่าเขาทำอย่ างไร แล้วลองมาทำบ้ าง

3.ฝึกทำงานหนัก

การเป็นเถ้าแก่ ต้องทำงานหนัก มีคนจำนวน มากบอกว่าตอนเป็นลูกจ้าง ก็ทำงานแบบพอผ่าน แต่ว่าหาก

เป็นธุรกิจของเราเองเมื่อไร จะทุ่มสุดตัวเลย จะหนักแค่ไหนก็ทำเพราะมันเป็นของเรา จริงๆ แล้ว

การทำงานหนักเป็นนิสัย ต้องเกิดจากการทำแบบสม่ำเสมอ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่งถ้าอย ากฝึกทำงานหนัก

ก็ต้องเริ่มฝึกตั้งแต่ตอนเป็นลูกจ้าง ยิ่งทำงานมากยิ่ง มีประสบการณ์มาก คนที่ทำงานวันละ 8 ชั่ วโมง

เทียบกับคนทำงานวันละ 12 ชั่ วโมง คนแรกทำงาน 2 ปีเท่ากับคนที่สองทำงานมา 3 ปี

4.ทำงานอย่ างมีคุณภาพ

ในหนังสือ “ส ตี ฟ จ็ อ บ ส์” โดย วอลเตอร์ ไอแซคสัน สตีฟ เล่าปรัชญาการทำงานที่เขาเรียนมา

จากพ่อของเขา ตอนเด็กๆ พ่อสอนเขาทาสีรั้ว แม้กระทั่งด้านหลังที่ไม่มีคนเห็น พ่อของเขาชอบทำให้

ดีเยี่ยม เขาใส่ใจในคุณภาพแม้ในจุดที่คนมองไม่เห็นก็ตาม จ็อบส์บอกว่าปรัชญานี้ทำให้เขาสร้างผลิ ตภัณฑ์ต่างๆ

ของแอปเปิ้ล ด้วยความใส่ใจในทุกๆ รายละเอียด แม้ว่ามันจะเป็นส่วนที่ลูกค้ามองไม่เห็นก็ตาม

5.ทำงานดีภายใต้การแยกส่วน

คือแยกส่วน ต่างคนต่างทำ แนวคิดนี้ มาจากการที่คนคิดว่า ฉันจะทำงานภายใต้ฝ่าย หรือส่วนที่ฉันรับผิดชอบ

โดยมักจะไม่แบ่ ง ปั น ข้อมูล ในการทำงานให้คนนอกฝ่ายตนเอง แม้ว่าจะเป็นคนในองค์กรเดียวกันก็ตามวิธีคิด

แบบนี้ทำให้ลดประสิทธิภาพลงไปมาก และเป็นอุปสรรคที่ไม่ดี หากองค์กรไหนมีวิธีคิดแบบนี้ เรื่องนี้อาจจะ

เป็นอุปสรรคในการทำงานของคนส่วนใหญ่ แต่ว่าหากใครที่เป็นคนที่มุ่งมั่น กัดไม่ปล่อยพวกเขาจะเลือกใช้วิธี

โน้มน้าวใจ ต่อรอง ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว เพื่อให้งานเดินไปได้ด้วยดี การทำงานแบบนี้คือการเตรียมตัว

ที่ดีเยี่ยมสำหรับคนที่อย ากเป็นเถ้าแก่ เพราะว่าคุณมีโอกาสฝึกฝนหลายๆ เรื่องในเวลาเดียวกัน ข่าวดีคือ

การฝึกแบบนี้จะไปเรียนที่มหาวิทย าลัยไหนก็ไม่มีสอนมีแต่ในองค์กรของคุณเท่านั้น

6.อย่ าห่วงแต่ขอบข่ายงานตัวเอง

ลองมองเถ้าแก่ ร้านก๋วยเตี๋ยวดูว่า เขาไม่เคยถามตัวเองหรอกว่า นี่มันงานของใคร นี่ใช่งานฉันหรือ ในฐานะ

เถ้าแก่ที่เป็นธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น เราต้องทำทุกอย่ าง ดังนั้น เตรียมตัวเองตั้งแต่ตอนเป็นลูกจ้างดีที่สุด ทำงาน

ตนเองให้ดีเยี่ยม เมื่องานเสร็จเสนอตัวช่วยคนอื่น ทำงานให้หลากหลายสายงาน แม้ว่าจะมันจะไม่ใช่หน้าที่

ของเราก็ตามเราจะเห็นได้ว่า หากคิดเริ่มต้นทำธุรกิจของตัวเอง มีหลากหลายวิธี และเราอาจเลือกวิธีการอื่นๆ

ที่จะช่วยให้เราเริ่มต้นการทำธุรกิจให้ง่ายขึ้น โดยการซื้ อ แฟ ร นไชส์ หรือการซื้ อ กิจการต่อจากผู้อื่น เพราะจะทำ

ให้เราตัดปัญหาในการวางระบบการทำงานและการบริหารเอง การสร้างฐานลูกค้าก็ง่ายขึ้น และสามารถลด

ความเสี่ ย ง ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้

แต่อย่ างไรก็ตาม การที่จะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้น เราต้องมีการหาความรู้เพิ่มเติม และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ

เพื่อธุรกิจของเรา จะสามารถอยู่ในโลกที่มีแข่งขันอย่ างเข้มข้นได้ถ้าอย ากเป็นเถ้าแก่ จงเปลี่ยนแนวคิดตั้งแต่ยังเป็นลูกจ้าง

ขอขอบคุณ t h a i s m e s c e n t e r

Load More Related Articles
Load More By wansuk
Load More In ข้อคิด

Check Also

ถ้าถูกเลิกจ้าง ตอนช่วงวัยกลางคน (ข้อคิดเตือนสติคน)

ลองสังเกตดูเวลาที่เขา เปิดรับสมัครงาน สิ่งที่เขาให้รายละเอียด นอกจากเรื่องวุฒิการศึกษาประส…