Home ข้อคิด 7 อาการของสามี “ที่หมดใจแล้ว” อย่ายื้อให้เหนื่อยเลย

7 อาการของสามี “ที่หมดใจแล้ว” อย่ายื้อให้เหนื่อยเลย

0 second read
0
0
299

แน่นอน ว่าคงไม่อย ากมีใครล้ ม เ ห ล วในชีวิตคู่การดูแลความรักใส่ใจซึ่งกันและกันเปิดใจพูดคุย

เป็นสิ่งที่คู่รักแทบทุกคู่ ทำกันอยู่แล้วแต่นอกเหนือจากนั้น อย่ า ลืมสังเกตพฤติกรร มหรืออาการแปลกๆ

กันด้วยนะ ก่อนที่สามีจะหมดรักจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง

7 .ถามอะไรก็ไม่มีแสดงความคิดเห็น

เมื่อก่อน เคยชมว่าใส่ชุดนั้นสวยใส่ชุดนี้น่ารัก แต่ตอนนี้กลับแสดงท่าทีเฉยๆ แต่งหน้าสวยก็ไม่ชมแถมบ่นว่า

ต้องรอนานตอนออกไปช้อปปิ้งก็ทำหน้าเฉยช า ถามอะไรก็ไม่มีความเห็นอาการแบบนี้เป็นใครก็น้อยใจทั้งนั้น

6.เริ่มทะเล า ะ กันน้อยลง

ไม่เพียงในแง่ของการสนทนา เท่านั้นถ้ารู้สึกว่าสามี มีข้อโต้ แ ย้ ง น้อยลงได้ยินแต่คำว่า “แล้วแต่”

คุณอาจจะต้องเริ่มกังวลบ้างแล้วล่ะเพราะมันอาจจะเป็นสัญญานของการดื้อเงียบอันเนื่องมาจากเขาเริ่มไม่มี

ความสุขกับความสัมพั นธ์ที่เป็นอยู่นี้ในขณะที่คุณอาจคิดว่ามันเป็นเรื่องทีดีที่สามีไม่มาโต้เถียงทะเล า ะ

ด้วยตามใจตลอดแต่จริงๆ แล้ว นั่นอาจหมายความว่าเขาไม่ได้สนใจคุณเหมือนเคยก็ได้

5.เมื่อสองคนกลายเป็นลำพัง

จำได้ไหมว่าตอนจีบกัน ตอนแต่งงานใหม่ๆ เคยออกไปซื้อของจ่ายตลาดด้วยกันทุกสุดสัปดาห์? จำได้ไหม

ว่าเราไปส่งลูกที่โรงเรียนด้วยกันทุกวัน? มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าสามีคุณเริ่มมีธุระบ่อยๆ และปฏิเสธที่จะไปไหน

ด้วยกันถ้าเป็นแบบนี้ คุณควรเริ่มเปิดใจพูดคุยกันได้ แล้วเพื่อที่ความสัมพันธ์จะได้ไปแย่ไปกว่านี้

4.เมื่อบ้านกลายเป็นโรงแรม

จากที่เคยเข้างาน 9 โมงเช้าเลิก 6 โมงเย็น กลายเป็นต้องอยู่ทำโอทีดึกๆ ดื่นๆ กลับบ้าน 4 ทุ่ม

แทบจะทุกคืนแถมเสาร์–อาทิตย์ก็ยังต้องออกไปทำงานอีก และ แม้ว่าเวลาที่มีส่วนใหญ่จะหมดไปกับเรื่องงาน

แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้เลื่อนขั้นหรือเงิ นเดือนขึ้นเลยเมื่อสามีกลับบ้าน ก็รีบอาบน้ำเข้านอนทำแต่งาน

การบ้านไม่ทำปิดไฟนอน หันหลังผ้าไม่ซักบ้านไม่เก็บและเมื่อเขาพย าย ามที่จะใช้เวลาอยู่บ้าน ให้น้อยที่สุด

กลับบ้านดึกทุกวัน ซึ่งทุกครั้ง ข้ออ้างที่คุณภรรย า มักจะได้ฟังอยู่บ่อยๆ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องเลี้ยงส่งบ้าง

วันเกิดบ้าง เลี้ยงได้เลี้ยงดีเลี้ยงกันทุกวี่วัน สุดท้ายข้ออ้างที่จะได้ยิน ก็หนีไม่พ้นเพื่อเงิ น โ บ นั ส สำหรับ

อนาคตของครอบครัวแต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เขารู้สึกว่ากลับบ้านมาแล้วรู้สึกเบื่อห น่ า ย ไม่รู้สึกว่าอย ากรีบ

กลับบ้านเร็วๆ นั่น ก็อาจเป็นสัญญาณแสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ค่อยๆ จืดจางลงแล้วก็เป็นไปได้

3.ทุกครั้ง ที่คุยไม่รู้สึกดีเหมือนที่คบวันแรก

ทุกครั้งที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน จากที่เคยโทรหาก็เริ่มไม่ค่อยสนใจแถมไม่ค่อยจะรับสาย อ้างว่างานเยอะ

ยุ่งอยู่บ้างปิดเสียงไว้ ไม่ได้ยินบ้างแม้กระทั่งตอนที่คุยกันจากที่เคยเล่าเคยถามไถ่ กลับกลายเป็น

ความเงียบอารมณ์ไม่มีอะไรจะคุย ไม่รู้จะคุยอะไรก็เกิดขึ้นแบบที่คุณก็รู้สึกได้ คำพูดที่ว่า

“มีอะไรไว้คุยกันที่บ้านนะ” อ อ ก จากปากของคุณสามีอยู่บ่อยครั้ง เมื่อคนสองคนเริ่มพูดกันน้อยลงอีก

ไม่นานความสัมพันธ์อันง่อนแง่นก็จะตามมา

2.เกิดสังคมก้มหน้า ไม่คุยกัน เกิดขึ้นในบ้าน

แม้ว่าเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าจะทำให้การติ ดต่ อสื่อส าร ดูง่ายขึ้น แต่เรากลับรู้สึกเหมือนถูก ตั ด ข า ด

จากคนใกล้ตัวเมื่อสามีเอาแต่ก้มหน้าเล่นมือ ถื อ มีเวลาว่างเมื่อไหร่ ก็หยิบแท็ปเล็ตออกมาเล่น ไม่สนใจลูกเมีย

คุยได้กดไลก์ได้ทุกคน ยกเว้นคนในบ้านนั่นก็เป็นอีกสัญญาณที่อาจแสดงถึง อาการหมดรักของสามีก็เป็นได้

1.เมื่อ เ ซ็ ก ส์ เริ่มจืดจาง

นี่อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่า ชีวิตการแต่งงานของคุณกำลังมีปัญหา หากพวกคุณใช้เวลาที่สม

ควรจะมีความสุขแต่กลับล้ ม เ ห ล วไม่เป็นท่า หรือแม้แต่การปฏิเสธ ที่จะมีเซ็ ก ส์ เหนื่อยบ้าง

ไม่มีอารมณ์บ้างนั่นก็คงถึงเวลา ที่คุณควรเริ่มกังวลได้แล้วถ้าสามีของคุณเป็นแบบนี้แล้วละก็ จำเป็น

อย่ า งมากที่คุณต้องเริ่มพูดคุย และปรับเปลี่ยนพฤติกร รม ก่อนที่ทุกอย่ า งจะสายเกินไปการแต่งงาน

ไม่ใช่การผูกมัดเพราะชีวิตคู่คือการอยู่ด้วยกัน เรียนรู้ซึ่งกันและกันหากคุณมีสามี หรือคนรักที่ดีแต่คุณ

ไม่สามารถเข้าใจและเป็นที่พักใจให้แก่เขาได้สุดท้ายความรักก็จะจืดจางไปไม่ว่าคุณจะสวยขนาดไหน

ก็ตามดังนั้นอย่ า ลืมที่จะใส่ใจ สนใจพูดคุยและปรับเปลี่ยนก่อนที่จะเจอกับอาการหมดรัก ของสามีนะครับ

ขอบคุณที่มา Junjaonews

Load More Related Articles
Load More By wansuk
Load More In ข้อคิด

Check Also

เทคนิค ออมเงินแบบง่ายๆ และรวดเร็ว

ลงทุนอย่างชาญฉลาด แนวคิดในการออมเงิน ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตหรือการ…