Home ข้อคิด 7 ไอเดียเก็บเงิน สำหรับคนที่ตั้งใจ อยากเปลี่ยนฐานะให้ดีขึ้น

7 ไอเดียเก็บเงิน สำหรับคนที่ตั้งใจ อยากเปลี่ยนฐานะให้ดีขึ้น

5 second read
0
0
31

1. เก็บก่อนใช้ ได้เปรียบกว่าเห็นๆ

เงินเดือน 15,000 ให้กันเงินไว้ 1,500 (คิดเป็น 10% จากเงินเดือน) จากนั้น เงินเหลือเท่าไหร่ ค่อยหักลบหนี้สิน

และรายจ่ายคงที่ (Fixed Cost) ในแต่ละเดือน เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าโทรศัพท์แล้วจึงเหลือเป็นค่าใช้จ่ายประจำวัน

วิธีนี้อาจจะฟังดู โ ห ด ร้ า ย ไปสักนิด แต่เชื่อเถอะว่าเรา จะมีเงินเก็บที่แน่นอนในทุกๆ เดือนอย่างน้อยๆ ก็ได้

เดือนละ 1,500 บาท ตกปีหนึ่งก็ได้มา 18,000 บาทแล้วนะ

2. เปิดบัญชีฝากประจำ

การฝากประจำ คือ ต้องฝากเงิน ในจำนวนเท่าๆ กันทุกเดือน ในระยะเวลาที่กำหนดและเงินจำนวนนี้

จะไม่สามารถถอนออกก่อนกำหนดเวลาได้ ทั้งนี้ระยะเวลาของ การฝากประจำก็มีทั้งแบบระยะสั้น 3 เดือน – 1 ปี

และแบบระยะย าว 2-3 ปี ใครที่เป็นคนเก็บเงินไม่ค่อยอยู่แนะนำ ให้ลองออมเงินด้วยวิธีนี้ดู ทั้งได้เงินออม

ได้ผลตอบแทนจาก ด อกเบี้ย แถมยังได้ฝึกวินัยในตนเองเพิ่มอีกด้วย

3. หักบัญชีอัตโนมัติ

การตั้งหักบัญชีอัตโนมัติถือเป็นตัวช่วยด้านวินัยอย่างหนึ่งให้เราสามารถชำระค่าบริการต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง

และตรงต่อเวลาอย่าง ค่า ผ่ อนบ้าน ค่าโทรศัพท์และค่างวดที่ฝากประจำต่างๆ ซึ่งการที่เราสามารถชำระค่าบริการต่างๆ

ได้ตรงเวลานอกจากจะไม่โดนเรียกเก็บ ค่าธรรมเนียมชำระล่าช้าแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างเครดิตและ

ความน่าเชื่อถือให้กับตัวเราเองอีกด้วย

4. มีเศษเหรียญ ให้หยอดกระปุก

ลองหากระปุกออมสินน่ารักๆ มาสร้างแรงบัน ดาลใจสักอัน คอยสำรวจกระเป๋าสตางค์ของเราว่า

มีเศษเหรียญอยู่บ้างไหม ถ้ามีก็อย่ารีรอ รีบหยอดกระปุกกุ๊กกิ๊กของเราให้เต็มเร็วๆ กันดีกว่า

หรือถ้าวันไหนเกิดอย ากจะให้โบนัสตัวเอง ก็ลองเพิ่มจากเศษเหรียญเป็นแบงก์ 20 บ้างก็ได้

พอกระปุกเต็มเมื่อไหร่ ก็ลองแกะมานับดู เผลอๆ ได้มาอีกหลายร้อยโดยไม่รู้ตัวนะเอ้า!

5. แบงก์ 50 เป็นของต้องห้าม

แบงก์ 50 ค่อนข้างจะเป็น Rare Item เพราะมันมีน้อยกว่าจำนวนแบงก์อื่นๆ ที่เราใช้กัน

การที่เราจะเก็บมันไว้โดยไม่ใช้ ก็ไม่น่าจะกระทบกับชีวิตประจำวันของเรามากนัก

ดังนั้น ให้มองว่า เจ้าแบงก์สีฟ้านี้เป็น ของต้องห้าม หมายถึง “ต้องห้ามนำออกมาใช้เด็ดขาด”

นั่นแหละ สะสมเอาไว้หลายใบเข้า มารู้ตัวอีกที เก็บได้เกือบ 1,000 บาทก็มีนะ

6. ช้อปไปเท่าไหร่ ออมคืนเท่านั้น

ข้อนี้เป็นการปรับนิสัย การใช้จ่ายฟุ่มเฟือยของตัวเองได้ดีเลยนะ มองอีกแง่ มันเหมือนกับ

การ “ยืมเงินตัวเองออกมาใช้ก่อน” แล้วคืนให้ทีหลังหลักการเดียว กับการยืมเงินเพื่อนเลย

เพียงแต่นี่คือเงินตัวเอง ถ้าอย ากช้อปปิงมาก ก็ช้อปได้เลย แต่ซื้ อ อะไรไปเท่าไหร่จดไว้

แล้วหามาจ่าย คืนทีหลังด้วยนะ แม้จะเป็นเงินตัวเอง ก็ห้ามอ่อนข้อ ทำให้เหมือนเราติดหนี้เพื่อน

ต้องรีบใช้คืน อย่าผัดวันประกันพรุ่งเด็ดขาด

7. เงินเหลือเท่ากับออม

สมมติว่า สิ้นเดือนเรามียอดคงเหลือในบัญชีอยู่ 1,530 บาท ให้ย้ายเงินส่วนนี้ไปใส่บัญชีเงินออม

อาจจะถอนออกเป็นเลขกลมๆ เช่น 1,500 บาท ไปเก็บออมไว้พอขึ้นเดือนใหม่

เงินเดือนเข้ามาอีก 15,000 บาท + ของเก่าคงค้าง 30 บาท รวมเป็น 15,030 บาท

เพื่อใช้จ่ายในเดือนนั้นๆ แล้วเราก็กลับไปใช้เทคนิค ตั้งแต่ข้อที่ 1 ไล่ลงมาใหม่ ถือเป็นการบังคับตัวเอง

ให้ใช้จ่ายด้วยวงเงินที่จำกัดเท่าๆ กันในแต่ละเดือนและ ลดการใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายลงได้

สุดท้ายนี้ การออมเงินไม่ใช่เรื่องย าก แต่เป็นเรื่องของการวางแผน ตั้งใจ หักห้ามใจ และมีวินัยในตนเอง

รับรองได้เลยว่า ถ้าทำตามทั้ง 7 วิธีที่กล่าวมานี้ ยังไงก็มีเงินเก็บแน่นอน

ขอขอบคุณ g s b

Load More Related Articles
Load More By wansuk
Load More In ข้อคิด

Check Also

เจ้านาย 8 แบบนี้ ที่ไม่ควรเป็นหัวหน้าคน

1.เจ้านาย ทรงอำนาจ เจ้านายประเภทนี้ จะดีแต่ออกคำสั่ง มักแสดงพฤติกรรม การใช้อำนาจขณะทำงานหร…