Home ข้อคิด 8 เทคนิค แม้จะมีหนี้..แต่ก็มีเงินเก็บได้

8 เทคนิค แม้จะมีหนี้..แต่ก็มีเงินเก็บได้

8 second read
0
0
939

1. ปรับตารางการเงินเสียใหม่

สำรวจรายรับ-รายจ่าย ในแต่ละเดือนเพื่อให้รู้สถานะทางการเงินที่แท้จริง จะได้วางแผนใช้เงินและออมเงินได้เหมาะกับตัวเอง เพราะมีหลายคนที่ออมเงินไม่ตรงกับสไตล์การใช้ชีวิต ทำให้เสียเงินไปกับเรื่องไม่จำเป็น และเป็นหนี้เพิ่มขึ้น

เช่น บอกว่าให้ออมเงิน 10% ของเงินเดือน ซึ่งถ้าหากคุณมีเงินเดือนประมาณ 1.5 หมื่นบาท แต่มีหนี้เกินกว่า 40%ของเงินเดือน คือ 6,000 บาท เท่ากับเหลือเงินใช้ 9,000 บาท ซึ่งที่เหลือนี้คุณต้องจ่ายให้กับค่าใช้จ่ายประจำในแต่ละเดือนอย่างค่าบ้าน 3,000 บาท

ค่าโทรศัพท์ 600 บาท ค่าน้ำค่าไฟ 800 บาท ส่งเงินให้ครอบครัว 2,000 บาทรวมๆ แล้วคุณเหลือเงินใช้ทั้งเดือนเพียง 2,600 บาทเท่านั้น ซึ่งเมื่อต้องหักเงินออม 10% ของเงินเดือนก่อนที่จะใช้จ่ายอย่างอื่น

ก็เท่ากับว่าเงินในแต่ละเดือนของคุณ จะติดลบและไม่พอใช้แน่นอน อาจตามมาด้วยการเริ่มต้นเป็นหนี้ และคุณภาพชีวิตในแต่ละวัน..ก็ไม่ดีด้วย

2. เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงิน

สำรวจพฤติกรรม ของตัวเองว่า มีอะไรที่เป็นอุปสรรคต่อการเก็บเงิน อย่างเช่น ชอบใช้เงินเกินตัว จนเป็นสาเหตุที่ทำให้มีหนี้สิน

มีนิสัยชอบสร้างหนี้ชอบใช้ของเกินฐานะ หรือหมดเงินกับของที่ไม่จำเป็น คุณจะต้องแก้ไขพฤติกรรมเหล่านี้โดยด่วน ตัดทอนการใช้จ่ายบางอย่างออกไป

3. เริ่มเก็บเงินจากจุดเล็กๆ

ช่วงเริ่มต้นที่เงินเดือนไม่มากและยังมีหนี้สินล้นพ้นตัว อาจจะต้องเริ่มเก็บเงิน จากสิ่งเล็กๆ ก่อน เช่นเงินเหรียญที่เหลือจากค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน

หยอดใส่กระปุกออมสินเอาไว้ในทุกๆ วัน หรือเก็บเศษของเงินเดือนในแต่ละเดือน เช่น เงินเดือน 15,650 บาท ให้เก็บเอาไว้ 650 บาท เป็นต้น

เป็นการเริ่มต้นออมเงินอย่างง่ายๆ ที่ไม่ทำให้คุณต้องลำบากมากนัก

4. จัดการหนี้สินอย่างเป็นระบบ

อุปสรรคที่สำคัญ อย่างหนึ่งของความมั่งคั่ง ก็คือหนี้สิน จึงต้องจัดการกับปัญหาหนี้สินให้เป็นระบบก่อน กั ด ฟั น ใช้หนี้จำนวนน้อยๆ ก่อน จะได้ลดภาระหนี้สินในเดือนต่อๆ ไปให้ลดน้อยลง

เริ่มจากเมื่อได้เงินก้อนใหญ่ อย่างโบนัสหรือเงินจากการทำงานพิเศษ ให้นำมาปิดหนี้สิน ที่มียอดน้อยๆ ก่อน ส่วนหนี้ที่มียอดสูงๆ ก็จ่ายเพียงขั้นต่ำไปก่อนเพื่อประคองตัว

จากนั้นเมื่อหนี้สิน ก้อนเล็กๆ หมดไป ก็จะทำให้เหลือเงินในแต่ละเดือนเยอะขึ้น และค่อยทยอยจ่ายหนี้ก้อนใหญ่ต่อไป

5. ใช้เงินให้น้อยลง ประหยัดให้มากขึ้น

จากการประหยัด ค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ เช่น ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น ประหยัดน้ำ เพื่อลดค่าใช้จ่าย

เกี่ยวกับค่าน้ำ-ค่าไฟประจำเดือน ใช้โทรศัพท์แบบเติมเงิน แทนการใช้รายเดือนและใช้เท่าที่จำเป็นซื้อกับข้าวมาทำเอง

และทำอาหารไปกินที่ทำงาน อร่อยแถมยังได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์อีกด้วย เลือกซื้อของลดราคา

แต่ต้องพิจารณาดูแล้วว่า เป็นของที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อของเข้าบ้านได้อีกเพียบ

6. แบ่งเงินใช้ในแต่ละวันให้พอดี

เช่น วันละ 200 บาท อย่าพกเงินติดตัวทีละเยอะๆ แต่ละวันหยิบเงินมาใช้ แค่จำนวนพอดีเพื่อบังคับให้ใช้เงินเท่าที่จำเป็นในจำนวนเงินที่มีอยู่

หลายคนเวลาเข้าร้านสะดวกซื้อ เพราะตั้งใจซื้อของ แค่อย่างเดียวแต่เมื่อเข้าไปในร้านก็อดไม่ได้ที่จะหยิบของชิ้นอื่นๆ เพิ่ม ดังนั้น หยิบเงินไปแค่พอซื้อของที่ต้องการก็พอ

7. หารายได้เพิ่ม

ถ้ารายได้น้อย ไม่ค่อยพอกับค่าใช้จ่าย ต้องหารายได้เสริมเพื่อให้มีเงินมากขึ้น โดยอาจจะเริ่มจากงานเสริมพาร์ทไทม์ช่วงเย็นหลังเลิกงาน

หรือช่วงเสาร์-อาทิตย์ หากมีความรู้พิเศษเฉพาะทาง ก็สามารถรับงานฟรีแลนซ์มาทำได้ เพื่อให้มีเงินเพียงพอกับค่าใช้จ่าย เสริมสภาพคล่องในแต่ละเดือนให้มากขึ้น

8. ตั้งเป้าหมายในการออมเงิน

สัญญากับตัวเองไว้ ว่า ภายใน 1 ปี จะต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่ เพื่อที่จะได้มีแรงจูงใจในการเก็บเงินโดยอาจจะทำเป็นสมุดจดบันทึก

เพื่อให้เห็นพัฒนาการ ของจำนวนเงินเก็บในแต่ละวัน หรือแต่ละสัปดาห์เพิ่มมากขึ้นแค่ไหนและต้องเก็บเงินอีกเท่าไหร่

จึงจะถึงเป้าหมาย ที่ตั้งเอาไว้ ทำไปเรื่อยๆ ก็จะติดนิสัยรักการออมได้ในที่สุด

ขอขอบคุณ a a n p l e a r n

Load More Related Articles
Load More By wansuk
Load More In ข้อคิด

Check Also

เจ้านาย 8 แบบนี้ ที่ไม่ควรเป็นหัวหน้าคน

1.เจ้านาย ทรงอำนาจ เจ้านายประเภทนี้ จะดีแต่ออกคำสั่ง มักแสดงพฤติกรรม การใช้อำนาจขณะทำงานหร…