Home ข้อคิด 9 ข้อคิด ที่คนสู้ชีวิตมักจะเข้าใจ หากเรารักตัวเอง จงจำไว้นะ

9 ข้อคิด ที่คนสู้ชีวิตมักจะเข้าใจ หากเรารักตัวเอง จงจำไว้นะ

1 min read
0
0
89

1.อย่ า กังวล หรือ ใส่ใจกับทุกคำพูด

หรือทุกสายต า ของคนรอบข้างมากจนเกินไปยุคที่คนส่วน มากให้ความสำคัญกับเปลือกมากกว่าคุณค่า

ที่แท้จริง ของคนคนเลือกที่จะใช้ชีวิตเพื่อให้คนรอบข้างพอใจ และ เห็นว่าเขาเป้นคนสำคัญการทำแบบนี้

จะทำให้สูญเสียความ เป็นตัวของตัวเองและ ยังติดนิสัยสร้างภาพหลอกลวงคนอื่นไม่พอยังหลอกลวงและ

ปิดบังความไม่มั่นใจของตนเองเอาไว้ไม่ให้คนอื่นๆ เห็นอีกด้วยยิ่งทำ ยิ่งเป็นทุกข์ ยิ่งทำยิ่งสู ญเสี ยตัว

ตนสุดท้ายไม่รู้ว่าใช้ชีวิตทุกวันนี้ เพื่อคนอื่น หรือ เพื่อตัวเองกันแน่ดังนั้นอย่ า ใส่ใจกับทุกสายต า

หรือ คำพุดของคนอื่นๆมากจนเกินไป ควรไตร่ตรองเลือกใส่ใจกับข้อเท็จจริงหรือสิ่งที่สามารถนำไป

ปรั บ ปรุ ง หรือ มีประโยชน์ต่อการทำงานหรือ การดำเนินชีวิตจะดีกว่าป่วยกายรักษาได้ป่วยทาง

จิตใจย า กที่จะรักษาและ อาจจะนำพาชีวิตพังได้

2.อย่ า กลัว หรือ อย่ า หนีปัญหาหรือ หนีในสิ่งที่ไม่ชอบ

โบราณเขาว่าเอาไว่ว่ายิ่งหนียิ่งเกลียดยิ่งเจอแน่นอนว่าการทำงาน ย่อมต้องเจอกับปัญหาและอุปสรรค

ถือเป็นเรื่องปรกติคนที่หลีก เ ลี่ ย ง ปัญหาหรืออุปสรรคในตอนนี้อาจจะต้องเจอ กับปัญหาหรืออุปสรรค

ที่ใหญ่ขึ้นซับซ้อนมากขึ้นและย า กขึ้นแน่นอนในวันหน้าปัญหาและอุปสรรคที่ผ่านเข้ามา มันก็คล้ายๆ

กับเราเล่นเก มส์ เก มส์ ของชีวิต​ที่เราต้องฝ่าฟันผ่าน ด่ า น แต่ละด่านไปให้ได้เมื่อผ่านเรื่องปัญหาเล็กๆ

หรือ อุปสรรคเล็กๆ ไปได้ด่านถัดไปเราจะมีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นและจะสามารถต่อสู้กับเรื่องที่ย ากขึ้นได้

อย่ า งสบายดังนั้น อย่ า เพิ่งหนีสิ่งที่เรากำลังเจออยู่อาจจะมีคนอีกมากมายที่เขาผ่านมาได้แล้ว

จงหาคนเหล่านั้นไปเรียนรู้วิธีการและ แนวทางของเขาดูจะทำให้เราหาทางผ่านพ้นเรื่องปัญหาและ

อุปสรรค ของเราไปได้ง่ายขึ้น

3.อย่ า กลัวที่จะผิดพลาด

เพราะ ทุกคนล้วน มีโอกาสพลาดกันได้ทั้งนั้นจริงแล้ว ความผิดพลาด คือสิ่งที่ดีเพราะความผิดพล า ด

ที่เราก่อขึ้นคือ หลักฐานที่พิสูจน์แล้วว่า เราได้ลองลงมือทำแล้วและ วิธีการนี้สรุปว่ามันไม่ W o r k

ด้วยมุมมองแบบนี้จะทำให้เกิดการคิดสร้างสรรค์และหาหนทางใหม่ในการลองทำอีกลองทำไป ลองผิดบ้าง

ลองถูกบ้างเดี๋ยวจะเจอทางที่ใช่เอง กระบวนการนี้ เปรียบเสมือนเรากำลังทำ D e s i g n T h i n k i n g

ออกแบบหาวิธีการผนวกกับการใช้ P r o b l e m S o l v i n g เข้าไปในการลงมือปฏิบัติ

ถ้าเราไม่กลัวผิดพลาดเราก้จะได้ฝึกสองเรื่องนี้ไปแบบเนียนๆและ ที่สำคัญ ทักาะสองตัวนี้ คือทักษะ

ที่สำคัญและทำมาหากินได้ง่ายมากในยุคนี้และยุคหน้าดังนั้นจงพลาดให้มาก จงเรียนรู้จากสิ่งที่พลาด

ให้เยอะทุกอย่ า งคือ การลงทุนและประสบการณ์ที่คืนทุนและมีกำไรมหาศาลให้กับเราในอนาคตได้อย่ า งแน่นอน

4.อย่ า หั ก โหมทำงาน ห นั ก จนลืมดูแลรักษาสุขภาพของตัวเอง

บริษัทเขาคงไม่เสียใจ หรือ เสียดาย จากการจากไปของเราอย่ า งแน่นอนอย่ า ง มากเขาก็คงส่ง

พวงหรีดและ เงินค่าช่วยเหลือทำ ศ.พ ให้ถ้าเราทำงานจนล้มป่วยหรือ อาจจะต้อง เ สียชีวิ ต ใน

อีกไม่กี่วันหลังจากนั้นบริษัท ก็จะหาคนใหม่มาแทนที่เราได้ในไม่ช้าแต่การสูญเสียของเรามันกระทบ

ต่อคนในครอบครัว มากบางคนที่เป็นหัวเรือใหญ่ของครอบครัว การจากไปของเขากลับกลายเป็นการทิ้ง

ภาระมากมายมหาศาลเอา ไว้ให้กับครอบครัว เช่นหนี้สินหรือการขาดรายได้ดังนั้น จงอย่ า คิดว่าบริษัท

จะตกที่นั่งลำบากถ้าไม่มีเราคนที่ลำบากคือคนในครอบครัวของเราต่างหากจงอย่ า หักโหมจนต้องล้ม

ป่วยจงทำงานให้เต็มที่และดีที่สุด ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

5.อย่ า กลัวกับการเปลี่ยนแปลง

ในยุคนี้ การเปลี่ยนแปลง เกิดขึ้นทั้งในแง่บวกและแง่ลบอย่ า งรวดเร็วมากหลายๆ บริษัทที่เคยใหญ่โต

และมั่นคงมาย า วนานกว่า 20-30 ปีกลับล้มลงไม่เป็นท่าหลายแห่งปิดตัวลงไปก็มีเยอะแต่ก็มีอีกหลาย

บริษัทเช่นกันที่ปรับตัวและเปลี่ยนแปลงได้ไวเช่น บางบริษัทเพิ่งจะตั้งไข่ได้ไม่กี่ปีก็สามารถเติบโต

เคียงข้างบริษัทยักษ์ ใหญ่ที่มีอายุกว่า 40-50 ปีได้พวกเรา ก็เหมือนบริษัทถ้าเราเพิกเฉยเมินเฉย

ต่อการเปลี่ยนแปลง หรือไม่ใส่ใจที่จะพัฒนาตนเองในไม่ช้าเราก็จะถุกเปลี่ยนแปลงอย่ า งแน่นอนเพราะ

ในแต่ละปีจำนวนพนักงานที่ถูกทดแทนโดยเครื่องจักร และ AI มีจำนวนสูงขึ้นทุกปีและมีการปลด

พนักงานออกมีแนวโน้มสูง ขึ้นด้วยถ้าเรารอหรือไม่กล้าที่จะเปลี่ยนหรือ ไม่พัฒนาตนเอง อีกไม่นาน

ก็คงจะถูกระบบหรือ เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่และในท้ายที่สุดโอกาสในการหางานทำก็แทบจะเป็นศูนย์

6.อย่ า ทำงานแค่พอผ่าน

เพราะงานของเราคือภาพพจน์ของเราที่คนอื่นๆ มองเห็นมันก็ใช่ที่ว่าบางวันเราอาจจะเหนื่อยบางวัน

เราอาจจะเซ็งเจ้านายบางวันเราอาจจะอารมณ์ไม่ดีแต่ก็ไม่ควรเอาเรื่องเหล่านั้นไปลงกับผลงานที่เรา

กำลังจะทำหรือ ต้องทำเพราะ การทำงานด้วยอารมณ์ที่แปรปรวนหรือ อารมณ์ที่ขุ่น มัวยิ่งจะทำให้

งานออกมาแย่หรือเสียหายไ ด้ชิ้นงานแต่ละงานที่ผ่านมือเราไม่ว่าจะเป็นงานง่ายหรือ งานเล็กๆหรืองานใหญ่ๆ

เราล้วนต้องใส่ใจและให้ความสำคัญกับทุกงานทั้งสิ้นเพราะทุกชิ้นงาน ที่ทำโดยเราคนอื่นเขามองออก

เขาสามารถรู้ได้ว่าเราทำด้วยความตั้งใจ และเต็มที่กับมันหรือเปล่าภาพลักษณ์ภายนอก แค่หน้าต า หรือ

การแต่งกายสำคัญ ก็จริงแต่ภาพลักษณ์จากผลงานที่เราทนั้นสำคัญยิ่งกว่ายิ่งถ้าได้ทั้งภาพลักษณ์ภาย

นอกเราดูดีด้วยผลงานก็ดีด้วย อย่ า งไรก็รุ่งแน่นอน

7. อย่ าหยุดที่จะเรียนรู้

คนที่หยุดเรียนรู้ เท่ากับว่า เขาได้ทำลายอนาคต และอาชีพของเขาไปเรียบร้อยแล้วยิ่งตอนนี้ความรู้มีการ

update ตลอดเวลาถ้าเรา จะก้าวให้ทันกระแสการเปลี่ยนแปลงหรืออย า กจะอยู่แนวหน้าในสายอาชีพ

ของเราเรายิ่งต้องไขว่คว้า หาความรู้เหล่านั้นทันที L i f e l o n g L e a r n i n g คือการ

เรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุดไม่ว่าเราจะอยู่ในช่วงอายุเท่าไหร่ก็ต า มไม่มีใครแก่เกินเรียน และ ไม่มีใครเด็กจนจะ

เรียนเรื่องย า กๆไม่ได้เรียนเถอะครับแต่เราก็ต้องรู้ว่าเรียนเรื่องอะไรเกี่ยวกับงานเราไหม เราจะใช้ประโยชน์

จากที่เรียนนั้นอย่ า งไรไม่มีใครมีชีวิตที่แย่ลงจากการเรียนรู้ แต่คนที่เขาแย่ลงเกิดจากการเรียนไป

แต่ไม่รู้จะเอาไปใช้อย่ า งไรมากกว่าขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีที่สุดอีกปีนึงของทุกคนนะครับ

8. อย่ า คิดว่าตัวเราเอง คือ จุดศูนย์กลางของทุกเรื่อง

การมองจากมุมของ การให้ความสำคัญของตนเองเป็นหลักผลที่ต า มมาคือการกล่าวโทษคนอื่นๆ

ทั้งที่ตัวเราเองผิด หรือ ไม่ดี​ หรือ จะทำแต่ในเรื่องที่ตัวเราเองได้ประโยชน์โดยไม่คำนึงถึงความ สู ญเ สี ย

ที่ผู้อื่นจะได้รับการกระทำแบบนี้ คือการเห็นแก่ตัว ที่มาจาก S e l f D e c e p t i o n กล่าว

คือมีทัศนคติที่เป็น I n w a r d M i n d s e t ผลที่ต า มมา ก็คือเป็นคนที่ขาดความสุขชีวิต

ก็ไม่ประสบความสำเร็จอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเพราะอะไรที่ทำผิด ทำไม่ดี ไม่เคยยอมรับเอาแต่โทษคนอื่นๆ

ทำแบบนี้ ก็จะไม่เกิดการเรียนรู้และการแก้ไขสุดท้ายชีวิตก็ต้องจมอยู่กับความทุกข์ด้วยเพราะการหลอก

ตนเองทัศนคติแบบ O u t w a r d M i n d s e tคือมองและให้ความสำคัญกับคนอื่นๆ เท่าๆ

กับตัวเราจะทำให้ การทำงาน หรือ การใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นง่ายขึ้นที่สำคัญเราเองจะมีความสุขมากขึ้น

และเป็นที่รักต่อ คนรอบข้างมากขึ้นเช่นกันO u t w a r d M i n d s e t ถือเป็นอีกหนึ่งอาวุ ธ

ทางจติใจที่ทำให้คนทำงานก้าวข้ามทัศนคติที่เป็นลบไปได้

9. อย่ า กลัวกับการเริ่มต้นใหม่

ความเคยชิน ความสบาย มันน่ากลัว ซึ่งหลายๆ คนเลือกเดินทางนี้เพราะรู้สึกว่าปลอดภัยแต่หารู้ไม่ว่า

ในโลกของการทำงานยุคนี้ ความปลอดภัยในหน้าที่การงานไม่มีจริงอีกต่อไป แล้วงานที่ทำๆ กันอยู่วันนี้

พรุ่งนี้อาจจะไม่มีแล้วก็ได้เรื่อง ของความเคยชินความสบาย ถ้าเ ส พติดมันอยู่นานๆนานเกินไปมันจะทำ

ให้เราตกหลุมเข้าไป อยู่ในกล่องใบเล็กกล่องที่ทำให้เราไม่กล้าที่จะมองหรือ คิดเพื่อที่จะเริ่มต้นกับสิ่งใหม่ๆ

ที่สำคัญ สิ่งใหม่ๆ อาจจะไม่ได้น่ากลัวอย่ า งที่เราคิด หรืออย่ า งที่เรากังวลเพียงแต่พอสบายมานาน

ก็จะรู้สึกต่อต้านกับทุกเรื่องใหม่ๆ ที่ผ่านเข้ามา มองสิ่งใหม่ คือ เรื่องท้าทายและ ให้เรื่องท้าทายนี้ถูกจัด

การด้วยมัน ส ม อ ง และความสามารถของเราดีกว่าถ้าเราคิดแบบนี้และทำแบบนี้ได้การเริ่มต้นกับสิ่งใหม่ๆ

เราก็จะไม่กังวลและ เผลอๆ ทำได้ดีกว่าที่คิดอีกด้วยผลลัพธ์ของการทำในสิ่งใหม่ๆ บ่อยๆ จะทำให้

เราได้เจอกับโอกาสใหม่ๆ เพื่อนกลุ่มใหม่ๆ หรือเผลอๆ ได้งานใหม่ ง่ายยิ่งขึ้น

Load More Related Articles
Load More By wansuk
Load More In ข้อคิด

Check Also

เจ้านาย 8 แบบนี้ ที่ไม่ควรเป็นหัวหน้าคน

1.เจ้านาย ทรงอำนาจ เจ้านายประเภทนี้ จะดีแต่ออกคำสั่ง มักแสดงพฤติกรรม การใช้อำนาจขณะทำงานหร…