Home ข้อคิด 9 ข้อคิด ที่คนสู้ชีวิตมักจะเข้าใจ หากเรารักตัวเอง จงจำไว้นะ

9 ข้อคิด ที่คนสู้ชีวิตมักจะเข้าใจ หากเรารักตัวเอง จงจำไว้นะ

1 min read
0
0
80

1.อย่ า กังวล หรือ ใส่ใจกับทุกคำพูด

หรือทุกสายต า ของคนรอบข้างมากจนเกินไปยุคที่คนส่วน มากให้ความสำคัญกับเปลือกมากกว่าคุณค่า

ที่แท้จริง ของคนคนเลือกที่จะใช้ชีวิตเพื่อให้คนรอบข้างพอใจ และ เห็นว่าเขาเป้นคนสำคัญการทำแบบนี้

จะทำให้สูญเสียความ เป็นตัวของตัวเองและ ยังติดนิสัยสร้างภาพหลอกลวงคนอื่นไม่พอยังหลอกลวงและ

ปิดบังความไม่มั่นใจของตนเองเอาไว้ไม่ให้คนอื่นๆ เห็นอีกด้วยยิ่งทำ ยิ่งเป็นทุกข์ ยิ่งทำยิ่งสู ญเสี ยตัว

ตนสุดท้ายไม่รู้ว่าใช้ชีวิตทุกวันนี้ เพื่อคนอื่น หรือ เพื่อตัวเองกันแน่ดังนั้นอย่ า ใส่ใจกับทุกสายต า

หรือ คำพุดของคนอื่นๆมากจนเกินไป ควรไตร่ตรองเลือกใส่ใจกับข้อเท็จจริงหรือสิ่งที่สามารถนำไป

ปรั บ ปรุ ง หรือ มีประโยชน์ต่อการทำงานหรือ การดำเนินชีวิตจะดีกว่าป่วยกายรักษาได้ป่วยทาง

จิตใจย า กที่จะรักษาและ อาจจะนำพาชีวิตพังได้

2.อย่ า กลัว หรือ อย่ า หนีปัญหาหรือ หนีในสิ่งที่ไม่ชอบ

โบราณเขาว่าเอาไว่ว่ายิ่งหนียิ่งเกลียดยิ่งเจอแน่นอนว่าการทำงาน ย่อมต้องเจอกับปัญหาและอุปสรรค

ถือเป็นเรื่องปรกติคนที่หลีก เ ลี่ ย ง ปัญหาหรืออุปสรรคในตอนนี้อาจจะต้องเจอ กับปัญหาหรืออุปสรรค

ที่ใหญ่ขึ้นซับซ้อนมากขึ้นและย า กขึ้นแน่นอนในวันหน้าปัญหาและอุปสรรคที่ผ่านเข้ามา มันก็คล้ายๆ

กับเราเล่นเก มส์ เก มส์ ของชีวิต​ที่เราต้องฝ่าฟันผ่าน ด่ า น แต่ละด่านไปให้ได้เมื่อผ่านเรื่องปัญหาเล็กๆ

หรือ อุปสรรคเล็กๆ ไปได้ด่านถัดไปเราจะมีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นและจะสามารถต่อสู้กับเรื่องที่ย ากขึ้นได้

อย่ า งสบายดังนั้น อย่ า เพิ่งหนีสิ่งที่เรากำลังเจออยู่อาจจะมีคนอีกมากมายที่เขาผ่านมาได้แล้ว

จงหาคนเหล่านั้นไปเรียนรู้วิธีการและ แนวทางของเขาดูจะทำให้เราหาทางผ่านพ้นเรื่องปัญหาและ

อุปสรรค ของเราไปได้ง่ายขึ้น

3.อย่ า กลัวที่จะผิดพลาด

เพราะ ทุกคนล้วน มีโอกาสพลาดกันได้ทั้งนั้นจริงแล้ว ความผิดพลาด คือสิ่งที่ดีเพราะความผิดพล า ด

ที่เราก่อขึ้นคือ หลักฐานที่พิสูจน์แล้วว่า เราได้ลองลงมือทำแล้วและ วิธีการนี้สรุปว่ามันไม่ W o r k

ด้วยมุมมองแบบนี้จะทำให้เกิดการคิดสร้างสรรค์และหาหนทางใหม่ในการลองทำอีกลองทำไป ลองผิดบ้าง

ลองถูกบ้างเดี๋ยวจะเจอทางที่ใช่เอง กระบวนการนี้ เปรียบเสมือนเรากำลังทำ D e s i g n T h i n k i n g

ออกแบบหาวิธีการผนวกกับการใช้ P r o b l e m S o l v i n g เข้าไปในการลงมือปฏิบัติ

ถ้าเราไม่กลัวผิดพลาดเราก้จะได้ฝึกสองเรื่องนี้ไปแบบเนียนๆและ ที่สำคัญ ทักาะสองตัวนี้ คือทักษะ

ที่สำคัญและทำมาหากินได้ง่ายมากในยุคนี้และยุคหน้าดังนั้นจงพลาดให้มาก จงเรียนรู้จากสิ่งที่พลาด

ให้เยอะทุกอย่ า งคือ การลงทุนและประสบการณ์ที่คืนทุนและมีกำไรมหาศาลให้กับเราในอนาคตได้อย่ า งแน่นอน

4.อย่ า หั ก โหมทำงาน ห นั ก จนลืมดูแลรักษาสุขภาพของตัวเอง

บริษัทเขาคงไม่เสียใจ หรือ เสียดาย จากการจากไปของเราอย่ า งแน่นอนอย่ า ง มากเขาก็คงส่ง

พวงหรีดและ เงินค่าช่วยเหลือทำ ศ.พ ให้ถ้าเราทำงานจนล้มป่วยหรือ อาจจะต้อง เ สียชีวิ ต ใน

อีกไม่กี่วันหลังจากนั้นบริษัท ก็จะหาคนใหม่มาแทนที่เราได้ในไม่ช้าแต่การสูญเสียของเรามันกระทบ

ต่อคนในครอบครัว มากบางคนที่เป็นหัวเรือใหญ่ของครอบครัว การจากไปของเขากลับกลายเป็นการทิ้ง

ภาระมากมายมหาศาลเอา ไว้ให้กับครอบครัว เช่นหนี้สินหรือการขาดรายได้ดังนั้น จงอย่ า คิดว่าบริษัท

จะตกที่นั่งลำบากถ้าไม่มีเราคนที่ลำบากคือคนในครอบครัวของเราต่างหากจงอย่ า หักโหมจนต้องล้ม

ป่วยจงทำงานให้เต็มที่และดีที่สุด ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

5.อย่ า กลัวกับการเปลี่ยนแปลง

ในยุคนี้ การเปลี่ยนแปลง เกิดขึ้นทั้งในแง่บวกและแง่ลบอย่ า งรวดเร็วมากหลายๆ บริษัทที่เคยใหญ่โต

และมั่นคงมาย า วนานกว่า 20-30 ปีกลับล้มลงไม่เป็นท่าหลายแห่งปิดตัวลงไปก็มีเยอะแต่ก็มีอีกหลาย

บริษัทเช่นกันที่ปรับตัวและเปลี่ยนแปลงได้ไวเช่น บางบริษัทเพิ่งจะตั้งไข่ได้ไม่กี่ปีก็สามารถเติบโต

เคียงข้างบริษัทยักษ์ ใหญ่ที่มีอายุกว่า 40-50 ปีได้พวกเรา ก็เหมือนบริษัทถ้าเราเพิกเฉยเมินเฉย

ต่อการเปลี่ยนแปลง หรือไม่ใส่ใจที่จะพัฒนาตนเองในไม่ช้าเราก็จะถุกเปลี่ยนแปลงอย่ า งแน่นอนเพราะ

ในแต่ละปีจำนวนพนักงานที่ถูกทดแทนโดยเครื่องจักร และ AI มีจำนวนสูงขึ้นทุกปีและมีการปลด

พนักงานออกมีแนวโน้มสูง ขึ้นด้วยถ้าเรารอหรือไม่กล้าที่จะเปลี่ยนหรือ ไม่พัฒนาตนเอง อีกไม่นาน

ก็คงจะถูกระบบหรือ เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่และในท้ายที่สุดโอกาสในการหางานทำก็แทบจะเป็นศูนย์

6.อย่ า ทำงานแค่พอผ่าน

เพราะงานของเราคือภาพพจน์ของเราที่คนอื่นๆ มองเห็นมันก็ใช่ที่ว่าบางวันเราอาจจะเหนื่อยบางวัน

เราอาจจะเซ็งเจ้านายบางวันเราอาจจะอารมณ์ไม่ดีแต่ก็ไม่ควรเอาเรื่องเหล่านั้นไปลงกับผลงานที่เรา

กำลังจะทำหรือ ต้องทำเพราะ การทำงานด้วยอารมณ์ที่แปรปรวนหรือ อารมณ์ที่ขุ่น มัวยิ่งจะทำให้

งานออกมาแย่หรือเสียหายไ ด้ชิ้นงานแต่ละงานที่ผ่านมือเราไม่ว่าจะเป็นงานง่ายหรือ งานเล็กๆหรืองานใหญ่ๆ

เราล้วนต้องใส่ใจและให้ความสำคัญกับทุกงานทั้งสิ้นเพราะทุกชิ้นงาน ที่ทำโดยเราคนอื่นเขามองออก

เขาสามารถรู้ได้ว่าเราทำด้วยความตั้งใจ และเต็มที่กับมันหรือเปล่าภาพลักษณ์ภายนอก แค่หน้าต า หรือ

การแต่งกายสำคัญ ก็จริงแต่ภาพลักษณ์จากผลงานที่เราทนั้นสำคัญยิ่งกว่ายิ่งถ้าได้ทั้งภาพลักษณ์ภาย

นอกเราดูดีด้วยผลงานก็ดีด้วย อย่ า งไรก็รุ่งแน่นอน

7. อย่ าหยุดที่จะเรียนรู้

คนที่หยุดเรียนรู้ เท่ากับว่า เขาได้ทำลายอนาคต และอาชีพของเขาไปเรียบร้อยแล้วยิ่งตอนนี้ความรู้มีการ

update ตลอดเวลาถ้าเรา จะก้าวให้ทันกระแสการเปลี่ยนแปลงหรืออย า กจะอยู่แนวหน้าในสายอาชีพ

ของเราเรายิ่งต้องไขว่คว้า หาความรู้เหล่านั้นทันที L i f e l o n g L e a r n i n g คือการ

เรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุดไม่ว่าเราจะอยู่ในช่วงอายุเท่าไหร่ก็ต า มไม่มีใครแก่เกินเรียน และ ไม่มีใครเด็กจนจะ

เรียนเรื่องย า กๆไม่ได้เรียนเถอะครับแต่เราก็ต้องรู้ว่าเรียนเรื่องอะไรเกี่ยวกับงานเราไหม เราจะใช้ประโยชน์

จากที่เรียนนั้นอย่ า งไรไม่มีใครมีชีวิตที่แย่ลงจากการเรียนรู้ แต่คนที่เขาแย่ลงเกิดจากการเรียนไป

แต่ไม่รู้จะเอาไปใช้อย่ า งไรมากกว่าขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีที่สุดอีกปีนึงของทุกคนนะครับ

8. อย่ า คิดว่าตัวเราเอง คือ จุดศูนย์กลางของทุกเรื่อง

การมองจากมุมของ การให้ความสำคัญของตนเองเป็นหลักผลที่ต า มมาคือการกล่าวโทษคนอื่นๆ

ทั้งที่ตัวเราเองผิด หรือ ไม่ดี​ หรือ จะทำแต่ในเรื่องที่ตัวเราเองได้ประโยชน์โดยไม่คำนึงถึงความ สู ญเ สี ย

ที่ผู้อื่นจะได้รับการกระทำแบบนี้ คือการเห็นแก่ตัว ที่มาจาก S e l f D e c e p t i o n กล่าว

คือมีทัศนคติที่เป็น I n w a r d M i n d s e t ผลที่ต า มมา ก็คือเป็นคนที่ขาดความสุขชีวิต

ก็ไม่ประสบความสำเร็จอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเพราะอะไรที่ทำผิด ทำไม่ดี ไม่เคยยอมรับเอาแต่โทษคนอื่นๆ

ทำแบบนี้ ก็จะไม่เกิดการเรียนรู้และการแก้ไขสุดท้ายชีวิตก็ต้องจมอยู่กับความทุกข์ด้วยเพราะการหลอก

ตนเองทัศนคติแบบ O u t w a r d M i n d s e tคือมองและให้ความสำคัญกับคนอื่นๆ เท่าๆ

กับตัวเราจะทำให้ การทำงาน หรือ การใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นง่ายขึ้นที่สำคัญเราเองจะมีความสุขมากขึ้น

และเป็นที่รักต่อ คนรอบข้างมากขึ้นเช่นกันO u t w a r d M i n d s e t ถือเป็นอีกหนึ่งอาวุ ธ

ทางจติใจที่ทำให้คนทำงานก้าวข้ามทัศนคติที่เป็นลบไปได้

9. อย่ า กลัวกับการเริ่มต้นใหม่

ความเคยชิน ความสบาย มันน่ากลัว ซึ่งหลายๆ คนเลือกเดินทางนี้เพราะรู้สึกว่าปลอดภัยแต่หารู้ไม่ว่า

ในโลกของการทำงานยุคนี้ ความปลอดภัยในหน้าที่การงานไม่มีจริงอีกต่อไป แล้วงานที่ทำๆ กันอยู่วันนี้

พรุ่งนี้อาจจะไม่มีแล้วก็ได้เรื่อง ของความเคยชินความสบาย ถ้าเ ส พติดมันอยู่นานๆนานเกินไปมันจะทำ

ให้เราตกหลุมเข้าไป อยู่ในกล่องใบเล็กกล่องที่ทำให้เราไม่กล้าที่จะมองหรือ คิดเพื่อที่จะเริ่มต้นกับสิ่งใหม่ๆ

ที่สำคัญ สิ่งใหม่ๆ อาจจะไม่ได้น่ากลัวอย่ า งที่เราคิด หรืออย่ า งที่เรากังวลเพียงแต่พอสบายมานาน

ก็จะรู้สึกต่อต้านกับทุกเรื่องใหม่ๆ ที่ผ่านเข้ามา มองสิ่งใหม่ คือ เรื่องท้าทายและ ให้เรื่องท้าทายนี้ถูกจัด

การด้วยมัน ส ม อ ง และความสามารถของเราดีกว่าถ้าเราคิดแบบนี้และทำแบบนี้ได้การเริ่มต้นกับสิ่งใหม่ๆ

เราก็จะไม่กังวลและ เผลอๆ ทำได้ดีกว่าที่คิดอีกด้วยผลลัพธ์ของการทำในสิ่งใหม่ๆ บ่อยๆ จะทำให้

เราได้เจอกับโอกาสใหม่ๆ เพื่อนกลุ่มใหม่ๆ หรือเผลอๆ ได้งานใหม่ ง่ายยิ่งขึ้น

Load More Related Articles
Load More By wansuk
Load More In ข้อคิด

Check Also

เทคนิค ออมเงินแบบง่ายๆ และรวดเร็ว

ลงทุนอย่างชาญฉลาด แนวคิดในการออมเงิน ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตหรือการ…